Top
"หน้าร้อน ป้องกันผิวจาก รังสียูวี"
   16 ก.ย. 2556 11:48 น.       เปิดอ่าน 2570       แสดงความคิดเห็น   

 

ข้อมูลจาก พญ.รัศมี อัครพันธุ์ รองผู้อำนวยการด้านบริหาร สถาบันโรคผิวหนัง

    ใคร ๆ ก็รู้ดีว่า รังสียูวี เป็นสาเหตุให้เกิดผิวหมองคล้ำได้ แต่รังสีก็ไม่ได้มาคู่กับแสงแดดเพียงอย่างเดียว แต่เราสามารถรับรังสีได้โดยอ้อมอีกด้วย ได้แก่ รังสียูวีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แสงไฟ ถึงจะไม่รุนแรงเท่ากับการได้รับจากแสงแดดโดดตรง แต่ก็สะสมเป็นอันตรายกับเราได้เหมือนกันหากเราอยู่ในสภาพแวดล้อมเหล่านั้นนานเกินไป

 

    เราไม่ได้จะมาบอกให้คุณกังวลใจแต่อย่างใด เพียงแต่อยากให้เตรียมพร้อมรับมือเอาไว้ ในวันที่ต้องต่อสู้กับแดดแรง โดยเฉพาะคุณสาว ๆ ที่ชื่นชอบแสงแดดชายทะเลทั้งหลาย


    มาเรียนรู้กันอีกซักหน่อย เพื่อที่จะได้รู้จักเจ้า รังสียูวี กันให้มากขึ้น

ที่มาของรังสียูวี

    รังสียูวีเป็นคลื่นแสงอุลตร้าไวโอเลตที่แผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์ และมาพร้อมกับแสงแดด มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน

    - รังสียูวีเอ UVA รังสีชนิดนี้ สามารถผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ลึกถึงชั้นหนังแท้ถ้าได้รับมากเกินไป ซึ่งจะไปทำลายเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอีลาสติน เป็นสาเหตุให้ผิวขาดความชุ่มชื่น แลดูแก่ก่อนวัย

    - รังสียูวีบี UVB รังสีชนิดนี้จะไม่ร้ายแรงเท่าชนิดแรก ยูวีบีจะทะลุผ่านชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้เท่านั้น ทำให้เกิดผิวไหม้แดด (SUNBURN) แห้งและกร้านคล้ำ

 


    รังสีทั้งสองชนิด จะทำงานร่วมกัน ถ้าหากเราได้รับรังสียูวีบีในปริมาณที่มาก จะมีผลให้รังสียูวีเอสามารถทะลุผ่านชั้นใต้ผิวหนังและไปเสริมฤทธิ์ของรังสียูวีบีในการทำลายผิว จนเป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

    ผิวหนังของแต่ละคนจะมีความไวต่อแสงแดดไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ สีผิวและสภาพผิว ช่วงอายุ ช่วงเวลาที่โดนแดด ซึ่งหมายถึงความเข้มของแสงที่ได้รับในแต่ละวัน ระยะเวลาที่โดนแสงแดด และสะสมเป็นเวลานาน

 

 

    อันตรายของแสงแดด สามารถส่งผลต่อผิวในลักษณะต่าง ๆ เช่น

1.เกิดการไหม้แดด (Sunburn) เกิดจากการที่ได้รับปริมาณแสงแดดมากเกินไป ทำให้เกิดอาการแดง และอาจมีการลอกของผิวหนังตามมา การไหม้แดด เป็นผลมาจากรังสียูวีบี ต่อผิวหนังในชั้นหนังกำพร้า ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ และในระยะยาวอาจเกิดมะเร็งผิวหนังได้

 

2.สีผิวคล้ำขึ้น (Tanning) เกิดจากการผลิตและกระจายของเม็ดสีมากขึ้น ซึ่งเป็นกลไกของร่างกาย ในการป้องกันอันตรายจากแสงแดด ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ เป็นฝ้า และกระได้

3.ในผู้ป่วยโรคผิวหนังบางชนิด เช่น โรค SLE ผิวหนังจะมีความไวต่อแสงแดดเป็นพิเศษ จึงจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงแสงแดด และใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ

4.แสงยูวี ทำให้ภูมิคุ้มกันของผิวหนังลดลง เชื่อว่าแสงยูวีเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยทั่วไปลดลงหลังจากถูกแสงแดดมากเกินไป ซึ่งทำให้ติดเชื้อโรคบางอย่างอาจมีอาการกำเริบขึ้น เช่น เริม

 


5.ทำให้ดูแก่ก่อนวัย (Photo aging หรือ Extrinsic aging) การได้รับรังสียูวีในระยะยาว เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แก่ก่อนวัย โดยรังสียูวี มีผลทำให้ผิวหนัง หยาบกร้าน มีรอยย่นก่อนวัย อาจมีเส้นเลือดฝอย หรือเกิดจ้ำเลือดได้ง่าย และหากผิวหนังมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ในระยะยาวอาจก่อให้เกิดมะเร็งของผิวหนัง

    ถึงแม้รังสียูวีจากแสงแดดจะมีอยู่ในทุกที่ และเราต้องสัมผัสอยู่ทุกวันก็ตาม แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะหากเราป้องกันผิวของเราเองอย่างดี โอกาสที่ผิวเสียก็ลดลง เราสามารถป้องกันได้โดย หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงหรือรังสียูวีในช่วงประมาณ 9.00 -15.00 น. เพราะเป็นช่วงที่แสงแดดแรงที่สุด และนั่นก็หมายถึงรังสียูวีมากที่สุดด้วย หากต้องจำเป็นต้องตากแดด ปกปิดผิวด้วยเสื้อแขนยาวคอปิด สวมหมวกปีกกว้าง สวมแว่นกันแดด ควรทาครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟที่เหมาะสมเป็นประจำ เพราะพื้นทราย พื้นน้ำ พื้นคอนกรีตก็สามารถสะท้อนรังสียูวีของเราได้ หรือแม้แต่ในวันที่ไม่มีแดด เมฆหมอกหนาไม่สามารถกันรังสียูวีได้เหมือนกัน

    อย่าลืมดูแลผิวตัวเอง ให้สวยใสรับลมร้อนกันด้วยหล่ะ

 


ใช้ครีมกันแดดอย่างไรให้ได้ผล ดูเพิ่มเติม ที่นี่ เลือกครีมกันแดด ไม่ได้ดูแค่ SPF สูง


เรียบเรียงโดย Never-Age.com



และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่
http://www.facebook.com/neverage.fan

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.