Top
"รักษาปวด ด้วยการนวด"
   13 ก.ย. 2556 13:41 น.       เปิดอ่าน 2177       แสดงความคิดเห็น   

 

ทุกที่ย่อมมีของดีเป็นเอกลักษณ์ ถ้าพูดถึงการรักษาด้วยการฝังเข็มคงไม่มีใครเกินจีน การจัดโครงสร้างหรือการใช้ยาต้องยกให้ประเทศทางฝั่งตะวันตก ส่วนประเทศไทยพูดได้อย่างเต็มภาคภูมิว่าโด่งดังมากในเรื่องการนวดบำบัดโดยเฉพาะการนวดเพื่อรักษาอาการปวด ทุกวันนี้วงการวิทยาศาสตร์ให้การรับรองว่า การนวดช่วยให้สุขภาพกายและใจดีขึ้น เป็นผลให้การนวดได้รับความนิยมแพร่หลายอย่างมาก การนวดสามารถปรับรูปแบบได้ 3 ระดับ ตามปัญหาของสุขภาพและความชำนาญของผู้นวด คือ
1.นวดเพื่อบำรุงหรือส่งเสริมสุขภาพ เป็นการนวดในคนทั่วไป ที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับคนสองกลุ่ม คือ ในผู้สูงอายุทั่วไปที่มักจะมีอาการอ่อนล้า ปวดเมื่อย ฝืดขัดตามข้อ และในกลุ่มคนหนุ่มสาวที่มีปัญหาปวด เมื่อย เพลีย และเครียดจากการตรากตรำทำงาน ที่รู้จักกันในชื่อ office syndrome การนวดแบบนี้จะเป็นการนวดทั้งตัว เน้นลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และระบบประสาทส่วนปลาย ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น กระปรี้กระเปร่า ลดอาการปวดเมื่อย และเครียดได้อย่างดี เปรียบเสมือนการนำรถที่ถูกใช้งานมาทำการอัดฉีดเพื่อบำรุง การนวดในสปาเกือบทั้งหมดจัดเป็นการนวดที่อยู่ในกลุ่มนี้ สำหรับนักกีฬาหรือผู้ที่ชอบออกกำลังกาย การนวดก่อนหรือหลังการเล่นก็เป็นการบำรุงหรือส่งเสริมสุขภาพที่ยอดเยี่ยม เป็นที่นิยมกันในกลุ่มไฮโซและเซเล็บ
2. นวดเพื่อการรักษา การนวดเพื่อการรักษาจะได้ผลดี ในกรณีของโรคปวดกล้ามเนื้อ ได้แก่ ปวดคอ คอเคล็ด หลังยอก สะบักจม ตะคริวของกล้ามเนื้อน่องที่เกิดเป็นประจำในช่วงกลางคืน รวมทั้งโรคที่เกิดกับเส้นและข้อ เช่น ไหล่ติดเอ็นและข้อเสื่อม หรืออักเสบเรื้อรังจนก่อปัญหาฝืดขัด เป็นต้น

3. นวดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพ ในกรณีนี้การนวดจะเป็นการรักษาเสริม เพิ่มเติมจากการรักษาหลัก เช่น การนวด เพื่อลดอาการเกร็งและฝืดขัดในผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาตหรือแม้แต่อาการพาร์กินสันในระยะเริ่มต้น
การนวดมีความปลอดภัยสูงถ้าผู้นวดมีความรู้และประสบการณ์ แต่ก็มีข้อห้ามหรือควรระวังในการนวดคนที่มีอาการต่อไปนี้

1.มีไข้สูง หรือไข้ต่ำๆ ที่ทำให้ปวดเมื่อย (ควรนวดเบาๆ)
2.บริเวณข้อ เนื้อเยื่อ และหลอดเลือดที่มีการอักเสบรุนแรงในระยะเฉียบพลัน สังเกตได้จากอาการบวม แดง ร้อน รวมถึงบริเวณข้อต่อที่มีการผ่าตัดและกระดูกที่เคยหัก
3.ผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนรุนแรง
4.ผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของลิ่มเลือด ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดจ้ำเลือดใต้ผิวหนังหรือก้อนเลือดในกล้ามเนื้อได้
5.หลีกเลี่ยงการนวดในบริเวณที่มีมะเร็ง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง
6.ห้ามนวดบริเวณหน้าท้องของสตรีตั้งครรภ์เด็ดขาด

นับว่าเป็นโชคดีของคนไทยที่การนวดเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่าย เพราะผู้จบหลักสูตรนวดแผนไทยที่ได้รับรองมาตรฐานและมีทักษะอยู่มากมายในประเทศของเรา


ที่มา : นพ. ประดิษฐ์ ประทีปะวณิช

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่

http://www.facebook.com/neverage.fan 

และ Twitter 

twitter.com/Never_Age

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.