Top
"ลุยไฟพิสูจน์จิต"
   12 ก.ย. 2556 17:09 น.       เปิดอ่าน 4144       แสดงความคิดเห็น   

 

 

        เรื่องราวการอบรมพัฒนาทางด้านความคิด เมืองนอกมีมานานมากแล้ว เมืองไทยเรากำลังมีเพิ่มมากขึ้น แต่การสัมมนาที่ให้ผู้เข้าร่วมต้องเดินลุยไฟหรือเดินผ่านกองถ่านร้อนๆ เพื่อทดสอบความกล้าเท่าที่เห็นมีแต่ที่เมืองนอกทำกัน คนไทยที่หัวก้าวหน้าก็ไปเข้าอบรมคอร์สเหล่านี้มาไม่น้อย

        ถ้าหากมีใครมาชวนให้คุณถอดรองเท้า มาเดินเข้าไปลุยในกองถ่านร้อน ๆ ระยะทางยาวซักเมตรสองเมตร คุณจะกล้าเดินหรือไม่ หรือจะกล้าวิ่งผ่านมันหรือเปล่า

        มีคนจำนวนมากที่ได้ตัดสินใจที่จะก้าวข้ามความท้าทายสิ่งนี้ ปรากฏว่าเท้าบางคนพุพองหรือแผลไฟไหม้ ไม่ใช่สิ นั่นไม่ใช่ข้อสรุปของการทำกิจกรรมแบบนี้

        แต่สิ่งที่คนเหล่านี้ได้ก้าวข้ามไป คือความหวาดกลัวในจิตใจ ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดในชีวิตที่ทำให้ชีวิตไม่สมหวัง ซึ่งทำให้คนเหล่านั้นได้ปรับไปใช้ในชีวิตประจำวันที่มีความสุขมากขึ้น

        เรื่องราวของพิธีกรรมลุยไฟทางโลกตะวันตกมีมาแต่โบราณในการทดสอบความศรัทธาและการเติมเต็มเด็กผู้ชายให้กลายเป็นชายหนุ่มที่สมบูรณ์ บ้านเราเองก็จะมักได้อ่านในนิยายหรือวรรณกรรมที่พิธีกรรมลุยไฟที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่อง

        ในโลกปัจจุบันในยุคของข้อมูลข่าวสารที่ถาโถมเข้ามาจากทุกแหล่ง เรื่องการลุยไฟได้กลายเป็นส่วนหนึ่งการอบรมสัมมนาเรียนรู้ของผู้คนยุคใหม่ถึงกับมีการตั้งสถาบันกันเป็นเรื่องเป็นราวชื่อว่า Firewalking Institute of Research and Education

        สถาบันศึกษาวิจัยการลุยไฟที่มีนายชาร์ล ฮอร์ตัน เป็นผู้ฝึกสอน พูดถึงกิจกรรมหลักสูตรที่น่ากลัวเท้าพองเป็นตุ่มว่า ทุกคนในวัยทำงานล้วนเจอกับปัญหาทางด้านการงาน ปัญหาชีวิตคู่ ปัญหาที่หาทางไปสู่เป้าหมาย พอเจอกับอุปสรรคก็ท้อถอยทำให้ไปไม่ถึงฝันที่วางเอาไว้

        การได้เดินข้ามกองถ่านที่คุไฟหรือเศษแก้วแตกถือเป็นตัวอย่างที่เราได้ไปเปรียบเทียบกับชีวิตจริงของเรา ถ้ามองเห็นกองไฟเป็นอุปสรรคอยู่ข้างหน้า บางทีการไม่ตัดสินใจทำอะไรก็เป็นแค่เพียงคนดู คอยดูคนอื่นประสบผลสำเร็จ แต่คนที่ได้ตัดสินใจเดินก้าวข้ามไป มันทำให้พวกเขามั่นใจในตัวตนของเขามากยิ่งขึ้น

        มิสเตอร์ลุยไฟชาร์ล ฮอร์ตัน บอกว่าเขาได้เรียนรู้เรื่องนี้ครั้งแรกจากนายไมเคิล อากูกลิอาโร ซึ่งเป็นครูผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะป้องกันตัว ก่อนที่จะตัดสินใจลุย นายชาร์ลมองเห็นกองถ่านคุไฟที่เรียกว่าถ้าย่างไก่ก็คงอร่อยได้ที่ ความยาวระยะทางประมาณ 2 เมตรครึ่ง เขาสารภาพว่าครั้งแรกที่มองเห็นในหัวสมองสั่งให้เขารีบขับรถกลับบ้านเสียเถอะ อย่าได้หาเรื่องเจ็บตัวเลย

        แต่เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงหันหน้าเข้าสู่ความกลัว เขาเล่าต่อว่าวินาทีที่วิ่งผ่านกองถ่านที่ร้อนแรงจนสุดปลายทางอีกข้าง แม้รู้ว่าใต้ฝ่าเท้าจะแสบร้อนอย่างไร แต่จิตใจของเขากลับเบิกบานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน(ท่าจะเป็นพวกซาดิสม์)

        ไมเคิล ต้นตำหรับฤาษีลุยไฟให้ข้อคิดว่าการได้เข้าไปลุยในกองถ่านร้อน ๆ เป็นการทำลายความเชื่อในหลาย ๆ อย่างที่เราคิดอยู่เสมอว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะเราถูกโปรแกรมในสมองเรามาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอย่าทำอย่างนั้น อย่าจับอย่างนี้มันร้อน

        ศักยภาพที่เรามีอยู่ภายในถูกข้อจำกัดเหล่านี้เป็นตัวขัดขวางการเติบโตก้าวหน้าของคนอีกหลาย ๆ คน คนที่คิดว่าโลกนี้มีความเป็นไปได้น้อยมากสำหรับตัวเขา ที่คอยพร่ำบอกตัวเราเองว่า ฉันไม่มีความสามารถ ฉันไม่ใช่คนเก่ง และฉันทำไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้

        เจนิเฟอร์ภรรยาของไมเคิล เป็นนักลุยไฟเป็นอาชีพเช่นเดียวกันได้ให้ข้อมุลเพิ่มเติมว่าคนส่วนใหญ่มาร่วมกิจกรรมด้วยความสงสัยเคลือบแคลงใจ บางทีก็พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย คนพวกนี้พอเข้าร่วมกิจกรรมปรากฏว่ามีแผลพุพองหรือถูกลวกมากกว่าคนทั่วไป เธอตั้งข้อสังเกตว่าเกิดจากคนเหล่านี้ขาดความแน่วแน่ในจิตใจ ใจไม่สามารถคุมกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการเข้าไปลุยแบบนี้เป็นการฝึกเรื่องจิตใจมากกว่าการฝึกเรื่องของความหนาของฝ่าเท้าที่เป็นแค่ร่างกาย


        เจ้าตำรับลุยไฟอีกคนของอเมริกา โทนี่ เบอร์แคน ผู้ที่นำเอาการลุยไฟมาให้คนนอกได้มาร่วมสังสรรค์ จากเดิมที่เป็นนักมายากลในการเดินลุยไฟในการแสดงกล เขาบอกว่าจากการที่ได้ทำอยู่บ่อย ๆ เขาจับได้ถึงเทคนิคบางอย่าง

        โทนี่ เอาการแสดงลุยไฟออกจากการแสดงละครสัตว์มาเป็นคอร์สอบรมการเปลี่ยนแปลงความคิดให้กับผู้คนได้ทดลองทำกับตัวเอง เขาบอกว่ามันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อกับการเอากิจกรรมนี้เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงชีวิตคนไปมากมาย

        การแสดงละครสัตว์ด้วยการลุยไฟกลายเป็นคอร์สอบรมเชิงปฏิบัติการที่เปลี่ยนแปลงความคิดผู้คนมากมายแม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ไมโครซอฟท์ หรืออเมริกันเอ็กเพรส ยังเอาคอร์สนี้ไปพัฒนาพนักงานของบริษัทตน


        ในสหรัฐอเมริกาเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกดึงไปเป็นการสร้างกระแสให้กับผู้คนเป็นวงกว้างมากขึ้น ตัวอย่างในปีที่แล้วที่กลางกรุงนิวยอร์ค ที่ไทม์สแควร์ รายการทีวีดังอย่าง Good Morning America ถึงกับลงทุนให้ผู้ประกาศข่าวของเขากับทีมงานลงไปลุยกองถ่านที่กองอยู่กลางมหานครออกอากาศไปทั่วประเทศ

        คอร์สอบรมเชิงปฏิบัติการแบบนี้มีคนไทยมากมายที่ไปเสียเงินเสียทองบินไปอบรมมาไม่น้อย บ้างก็ไปถึงสหรัฐอเมริกา บ้างก็ไปแถบสิงค์โปร์ที่บางทีเขามาจัดกันแถว ๆ นี้ บ้างเรียนมาแล้วไปใช้กับตัวเอง กับคนรอบข้าง แต่เริ่มมีบ้างแล้วที่นำมาดัดแปลงมาขายคอร์สให้กับคนไทยเรา ซึ่งหน่วยงานที่นิยมใช้นั้นเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับงานขาย อาทิประกันชีวิต ขายตรง ที่คนเหล่านี้ต้องการความเข็มแข็งด้านจิตใจในการทำงานมากกว่างานประเภทอื่น

        แต่คอร์สจัดให้ลุยไฟกับกองถ่านร้อนๆ ดูเหมือนจะยังไม่มาเมืองไทย เพราะงานแบบนี้ถ้าได้จัด คนจัดคงไม่ปล่อยให้ทำแบบเงียบ ๆ หรอกนะ ต้องมีนักข่าวสื่อมวลชนไปทำข่าวออกมาให้ได้ฮือฮากันเล่น แต่ถ้าหาไม่ได้จริง ๆ แนะให้ไปร่วมงานกินเจที่ทางใต้ไม่ว่าตรัง ภูเก็ต คงได้อารมณ์ไม่แตกต่างกัน


Never-Age.com

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

http://www.facebook.com/neverage.fan 

และ Twitter 

twitter.com/Never_Age

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.