Top
"ความเครียดส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร"
   12 ก.ย. 2556 17:10 น.       เปิดอ่าน 16853       แสดงความคิดเห็น   

 

คุณเป็นคนขี้กังวลมากเกินไปหรือเปล่า เพราะอาการขี้กังวล เช่น กลัวว่างานจะมีปัญหา หรือคิดกลุ้มใจซ้ำๆ กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นประจำ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความเครียดได้ ยิ่งถ้าคุณกังวลมากขึ้น สุดท้ายแล้วมันจะนำไปสู่ความสับสน และอาจทำให้ร่างกายป่วยได้ด้วย

ความเครียดคืออะไร?

 


- ความเครียดคือ การหดตัวของกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนของร่างกาย ซึ่งทุกคนจำเป็นต้องมีอยู่เสมอในการดำรงชีวิต เช่น การทรงตัว เคลื่อนไหวทั่วๆไป มีการศึกษาพบว่าทุกครั้งที่เราคิดหรือมีอารมณ์บางอย่างเกิดขึ้นจะต้องมีการหดตัว เคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแห่งใดแห่งหนึ่ง ในร่างกายเกิดขึ้นควบคู่เสมอ

ความเครียด มีทั้งประโยชน์และโทษ แต่ความเครียดที่เป็นโทษนั้น เป็นความเครียดชนิดที่เกินความจำเป็น แทนที่จะเป็นประโยชน์กลับกลายเป็นอุปสรรคและอันตรายต่อชีวิต เมื่อคนเราอยู่ในภาวะตึงเครียด ร่างกายก็จะเกิดความเตียมพร้อมที่จะ “สู้” หรือ “หนี” โดยที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆเช่น


- หัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้น เพื่อฉีดเลือดซึ่งจะนำอ๊อกซิเจนและสารอาหารต่างๆไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกาย พร้อมกับขจัดของเสียออกจากกระแสเลือดอย่างเร็ว
- การหายใจดีเร็วขึ้น แต่เป็นการหายใจตื้นๆ
- มีการขับครีนาลีนและฮอร์โมนอื่นๆเข้าสู่กระแสเลือด
- ม่านตาขยายเพื่อให้ได้รับแสงมากขึ้น
- กล้ามเนื้อหดเกร็งเพื่อเตรียมการเคลื่อนไหว เตรียมสู้หรือหนี
เส้นเลือดบริเวณอวัยวะย่อยอาหารหดตัว
- เหงื่อออก เพราะมีการเผาผลาญอาหารมากขึ้น ทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มขึ้น


เมื่อวิกฤตการณ์ผ่านพ้นไปร่างกายจะกลับสู่สภาวะปกติ แต่ความเครียดที่เป็นอันตราย ก็คือความเครียดที่เกิดขึ้นมากเกินความจำเป็น เมื่อเกิดแล้วคงอยู่เป็นประจำ ไม่ลดหรือหายไปตามปกติ หรือเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุการณ์ที่เป็นการคุมคามจริงๆ

สาเหตุของความเครียด

 


- สภาพแวดล้อมทั่วไป เช่น มลภาวะ ได้แก่ เสียงดังเกินไป จากเครื่องจักร เครื่องยนต์ อากาศเสียจากควันท่อไอเสีย น้ำเสีย ฝุ่น ละออง ยาฆ่าแมลง การอยู่กันอย่างเบียดเสียด ยัดเยียดเป็นต้น
- สภาพเศรษฐกิจที่ไม่น่าพอใจ เช่นรายได้น้อยกว่ารายจ่าย
- สภาพแวดล้อมทางสังคม เช่น การสอบแข่งขันเข้าเรียน
เข้าทำงาน เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เป็นต้น
- นิสัยในการกิน-ดื่ม ที่ส่งเสริมความเครียด เช่น ผู้ที่ดื่มกาแฟบ่อยๆ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ตลอดจนกินของกินที่มีน้ำตาลมากๆ
- มีสัมพันธภาพกับคนอื่นๆที่ไม่ราบรื่น มักมีข้อขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้งกับคนอื่นเป็นปกติวิสัย
- ความรู้สึกตนเองต่ำต้อยกว่าคนอื่น ต้องพยายามต่อสู้เอาชนะ
ต้องการมีอำนาจเหนือผู้อื่น


นอกจากนี้ความเครียด ยังอาจเกิดจากอุปนิสัยหรือวิธีการดำเนินชีวิต ของคนบางคนที่มีลักษณะต่อไปนี้

- คนที่ชอบแข่งขันสูง ชอบท้าทาย ชิงดีชิงเด่นเอาชนะ
- คนที่เข้มงวด เอาจริงเอาจังกับทุกอย่างไม่มีการผ่อนปรน
- คนที่พยายามทำอะไรหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน
- คนที่มีอารมณ์รุนแรงอัดแน่นในใจเป็นประจำ
- คนที่ใจร้อน จะทำอะไรต้องให้ได้ผลทันทีไม่ชอบรอนาน


เครียดมากเกินไป แล้วเป็นอย่างไร

 

สิ่งที่จะกระทบต่อร่างกายก็คือ ระบบการย่อยอาหาร ลักษณะการดำเนินชีวิต ความสัมพันธ์ส่วนตัว การนอนหลับ ตลอดจนศักยภาพในการทำงาน ยิ่งกังวลมากเท่าไหร่ ชีวิตก็จะยิ่งเครียดมากเท่านั้น บางรายอาจต้องสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์คลายเครียด รวมไปถึงกินมากเกินไปจนทำให้อ้วนได้

เครียดมากๆ แล้วป่วยได้ไหม

คำตอบก็คือได้ ยิ่งถ้าคุณเครียดมากจนเกินควร หรือบ่อยๆ จะส่งผลต่อสุขภาพได้ เพราะร่างกายปล่อยฮอร์โมนความเครียดอย่าง คอร์ติซอลออกมา ฮอร์โมนนี้จะเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และไตรกรีเซอไรด์ จึงส่งผลกระทบต่อร่างกาย ได้แก่ กินอาหารได้น้อย วิงเวียน ปากแห้ง หัวใจเต้นเร็ว เหนื่อยง่าย ปวดศีรษะ ไม่มีสมาธิ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ท้องเสีย วิตกกังวล หายใจเร็ว เหงื่อออกไม่หยุด ตลอดจนตัวสั่น ใจสั่น และยิ่งถ้าฮอร์โมนความเครียดเพิ่มมากขึ้น ร่างกายก็จะยิ่งเครียดจนอาจเกิดอาการอันตราย ได้แก่ ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน อาหารไม่ย่อย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง ความจำสั้น ไปจนถึงขั้นหัวใจวาย

ใช้ชีวิตแบบไหน ไม่ตกเป็นทาสความเครียด

เป็นเรื่องสำคัญมากที่คนเราต้องควบคุมความเครียดให้ได้ เพราะความเครียดนั้นส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกายได้ทั้งหมด สำหรับใครที่รู้สึกว่าตัวเองเครียดมากเกินไป เรามีทางเลือกง่ายๆ เพื่อให้คุณได้ดูแลร่างกาย และจิตใจ ให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ

- ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน เริ่มต้นแบบง่ายๆ ไปก่อน ไม่ต้องหักโหมมาก ทั้งนี้ การออกกำลังกายจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ลองเริ่มด้วยการเต้นแอโรบิกเล็กๆ น้อยๆ หรือเด่นเล่นในสวนสาธารณะ คำแนะนำของเราคือ เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกเครียด ให้ไปออกกำลังกายเสีย จะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ไม่หมกหมุ่นกับเรื่องทีคุณกังวลอยู่ขึ้นได้มากทีเดียว

- ดูแลเรื่องอาหารการกิน คนบางคนเวลาเครียด ก็กินอาหารไม่ลง บางคนก็กินมากเกินไป และบางคนก็มีแนวโน้มจะกินอาหารที่ไม่ดีต่อร่างกาย เนื่องจากเครียดจัดจนไม่มีเวลาสรรหาอาหารที่ดีพอมารับประทาน คำแนะนำของเราคือ ไม่ควรปล่อยให้ตัวเองเครียดเกินไป และหยุดคิดก่อนจะเลือกทานอาหาร สำหรับอาหารที่เป็นตัวช่วยลดความเครียดได้ เช่น กล้วย นม ช็อกโกแลต เป็นต้น แต่ก็ต้องทานในปริมาณที่พอดี

- ดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนแต่พอประมาณ ชา กาแฟมีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของร่างกายแล้ว ส่วนกาเฟอีนมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นร่างกายและสมองแบบอ่อนๆ ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ผ่อนคลาย โดยเฉพาะกลิ่นหอมของกาแฟ จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นได้มากขึ้น ควรดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะสำหรับบุคลทั่วไปคือ นั่นคือ ไม่ควรเกินวันละ 3 แก้ว

- ตระหนักรู้ว่าตัวเองกังวลเรื่องอะไร ในแต่ละวัน เราอยากให้คุณหาเวลาอยู่กับตัวเองอย่างน้อยๆ 15 นาที ปล่อยให้ตัวเองคิดเรื่องปัญหาหรือความกังวลอย่างเต็มที่ และมีสมาธิในการหาทางแก้ปัญหา แต่พบครบ 15 นาทีแล้ว เราอยากให้คุณเปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่น และทำใจให้สบาย คุณตระหนักรู้ได้ว่าปัญหามีอยู่ แต่ไม่จำเป็นต้องนึกถึงมันตลอดเวลา

เรียนรู้ที่จะผ่อนคลาย เคล็ดลับง่ายๆ ที่เราพอจะบอกคุณได้ก็คือ ถ้าเครียดมากให้ลองหลับตาลง แล้วหายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ โดยพยายามหายใจเข้าให้ลงมาที่ท้อง และหายใจออกให้ยาวที่สุด คุณยังอาจเลือกฟังเพลงเพราะๆ เบาสบาย ไปเล่นโยคะ ไทชิ หรือดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ

ที่มา ramamental.com
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

เรียบเรียงโดย Never-Age.com

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-Ages.com

http://www.facebook.com/neverage.fan

และ Twitter

Twitter.com/Never_Age

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.