Top
"วิธีลดน้ำหนักลดความอ้วน ลดไขมันเฉพาะส่วน"
   29 ม.ค. 2557 07:48 น.       เปิดอ่าน 2765       แสดงความคิดเห็น   

 

เนื่องจากไขมันมีการสะสมอยู่มากในอวัยวะบางส่วนของร่างกาย ฉะนั้นคนส่วนมากจึงคิดว่าถ้ามีการบริหารออกกำลังกายอวัยวะส่วนที่มีไขมันสะสมอยู่มากๆ ก็จะทำให้ไขมันบริเวณนั้นถูกกำจัดออกไปได้
 


 

คุณผู้หญิงทั่วไปมักจะกังวลเกี่ยวกับไขมันที่สะสมอยู่ที่บริเวณสะโพกและต้นขา

ส่วนคุณผู้ชายทั่วไปมักกังวลเกี่ยวกับไขมันที่สะสมอยู่ที่บริเวณหน้าท้อง

 

 

ด้วยเหตุนี้ จึงจะสังเกตเห็นได้ว่า มีคนจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่ได้สมัครเป็นสมาชิกของสโมสรสุขภาพต่างๆ ซึ่งต่างก็รับประกันว่าจะสามารถกำจัดไขมันส่วนเกินจากอวัยวะเฉพาะส่วนได้ หรือไม่เช่นนั้น ก็อาจซื้อเครื่องมืออุปกรณ์การออกกำลังกายต่างๆ ที่รับประกันว่าจะสามารถกำจัดไขมันส่วนเกินจากอวัยวะเฉพาะส่วนได้

 
มีวิธีกำจัดไขมันเฉพาะส่วนที่นิยมกันอยู่สองวิธีคือ วิธีแบบทางอ้อมและวิธีแบบทางตรง ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ต่างก็ไม่ได้ผลทั้งสิ้น จริงๆ แล้วยังไม่มีเทคนิคใดๆ ที่สามารถกำจัดไขมันออกจากอวัยวะเฉพาะส่วนของร่างกายได้ ยกเว้นการผ่าตัดดูดเอาไขมันออก ซึ่งนอกจากจะเกินตัวแล้วยังแพงอีกด้วย

 

วิธีกำจัดไขมันเฉพาะส่วนด้วยวิธีแบบทางอ้อม
 
ได้แก่ การใช้เข็มขัดลูกรอกและลูกกลิ้ง ซึ่งมักจะพบได้เสมอ ๆ ในสโมสรสุขภาพต่าง ๆ ทฤษฎีรองรับวิธีแบบทางอ้อมนี้คือ ต้องออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยเป็นการทำให้ไขมันถูกทำลายกระจัดกระจายออกไปจากบริเวณที่สะสมในอวัยวะเฉพาะส่วนนั้น ๆ ผู้เขียนคิดว่าการทำแบบนี้ไม่ใช่เป็นการกำจัดไขมันเลย แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นการทำให้เนื้อนุ่มเสียมากกว่า นั่นก็คือคล้าย ๆ กับการทุบเนื้อเพื่อเตรียมทำเนื้อสเต็กนั่นเอง ถ้าสมมุติว่าท่านผู้อ่านไม่สามารถเข้าร่วมสโมสรสุขภาพได้ เพียงแต่ท่านผู้อ่านนั่งลงกับพื้น แล้วกระดอนบั้นท้ายขึ้นและลงกับพื้น นี่ก็เป็นวิธีคล้าย ๆ กับการใช้ลูกกลิ้งในการบริหารกายเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือไม่ได้ผลเช่นเดียวกัน
 

วิธีทางอ้อมอีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กันคือ การใช้เข็มขัดความร้อนพันรอบบริเวณเอว โดยเชื่อว่าความร้อนจากเข็มขัดจะช่วยกำจัดไขมันทำให้ไขมันละลายหายไปได้ จริง ๆ แล้วความร้อนและความกดดันจะช่วยในการขับน้ำออกจากเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น ๆ ถ้าคุณถอดเข็มขัดความร้อนออกแล้วรีบเอาสายวัดมาวัด ก็จะพบว่าเส้นรอบวงของเอวลดลงไปเป็นนิ้ว ๆ เลยทีเดียว แต่ลองรออีกสักชั่วโมงสิครับแล้วลองวัดใหม่ ผลก็คือเอวที่ลดลงไปจะกลับคืนมามีสภาพเหมือนเดิมอีก ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

 
อีกวิธีหนึ่งเป็นวิธีที่ผสมกันระหว่างวิธีแบบทางอ้อมกับวิธีแบบทางตรง นั่นก็คือ การสวมชุดซับเหงื่อนั่นเอง เชื่อกันว่าถ้าใส่ชุดซับเหงื่อขณะออกกำลังกายจะทำให้ไขมันถูกเผาผลาญเร็วขึ้น ท่านผู้อ่านทราบไหมครับว่า ไขมันจะถูกเผาผลาญได้ต้องต้มด้วยความร้อนถึง 360 องศา จริง ๆ แล้วชุดซับเหงื่อช่วยในการขับน้ำออกจากร่างกาย และทำให้ความทนทานของร่างกายลดลง ปัญหาที่ร้ายแรงในการวิ่งระยะทางไกล ๆ คือความร้อน นั่นก็คือการที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดความร้อนออกจากร่างกายได้ทันนั่นเอง เมื่อกล้ามเนื้อมีอุณหภูมิสูงขึ้น ตัวเร่งปฏิกิริยาในกล้ามเนื้อจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพน้อย ตัวเร่งปฏิกิริยาประกอบด้วยโปรตีนและสารเคมีที่จะทำงานได้ดีในระดับที่ร่างกายมีอุณหภูมิและสภาพความเป็นกรดด่าง ที่เหมาะสม ฉะนั้นอย่าพยายามทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกินไป เพราะจะทำให้ระบบสารเคมีภายในร่างกายทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ต้องพยายามสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสมขณะออกกำลังกาย เสื้อผ้าที่เหมาะสมคือ เสื้อผ้าบาง ๆ ขับเหงื่อออกได้ง่าย

 
จากสิ่งที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า ไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าจะลดน้ำหนักตัวด้วยการเข้าห้องอบไอน้ำ หรืออาจจะเป็นวิธีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มอุณหภูมิภายในร่างกาย เพราะว่าถ้าร่างกายมีความร้อนสูงมากเกินไป ตัวเร่งปฏิกิริยาในกล้ามเนื้อที่จำเป็นต่อการเผาผลาญไขมันอาจจะถูกทำลายและจะเป็นอันตรายมากขึ้น ถ้าเผอิญอยู่ในช่วงที่ร่างกายกำลังป่วยไข้เนื่องจากการติดเชื้อหรือไวรัสต่างๆ และที่แน่นอนที่สุดคือน้ำหนักตัวที่ลดลงไปเป็นน้ำหนักของน้ำ ไม่ใช่น้ำหนักของไขมัน

 

วิธีกำจัดไขมันเฉพาะส่วนแบบทางตรง

 
โดยทั่วไปหมายถึงการบริหารกล้ามเนื้อที่อยู่ภายใต้ไขมัน  ผู้เขียนยอมรับว่า ครั้งหนึ่งผู้เขียนก็เคยทำเช่นนี้เหมือนกัน โดยที่ผู้เขียนเริ่มมีไขมันสะสมที่บริเวณหน้าท้อง ผู้เขียนได้บริหารกายด้วยการลุก-นั่ง ประมาณ 300 ครั้งต่อวัน โดยทำในช่วงตอนเช้าและตอนเย็น ภายในเวลาสามเดือนต่อมาหน้าท้องของผู้เขียนแข็งเหมือนเหล็กเลยทีเดียว แต่ก็ยังมีไขมันส่วนเกินอยู่เหนือกล้ามเนื้อท้องอยู่ดี

 
คุณผู้หญิงทั่วไปมักจะบ่นเกี่ยวกับไขมันที่สะสมอยู่บนบริเวณต้นขาส่วนบน ดังนั้นส่วนมากคุณผู้หญิงก็มักจะบริหารด้วยการยกขา หรือเตะขาไปมาเพื่อที่จะพยายามกำจัดไขมันส่วนเกินออกไป
 
 
การออกกำลังกายทั้งสองชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลุก-นั่ง หรือการบริหารขาก็ตาม เป็นการออกกำลังกายชนิดที่คล้ายคลึงกับการยกน้ำหนักทั้งสิ้น นั่นก็คือกล้ามเนื้อที่มีการออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนักมักจะมีขนาดขยายใหญ่ขึ้น  ผลสุดท้ายก็คือ กล้ามเนื้อจะมีขนาดขยายใหญ่ขึ้นทั้งๆ ที่ยังมีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ ทั้งนี้ก็เพราะว่าไขมันที่สะสมอยู่ไม่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อ แต่เกี่ยวข้องกับร่างกาย โดยส่วนรวมทั้งหมด และไขมันเหล่านี้จะหายไปก็ต่อเมื่อไขมันถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย เมื่อกล้ามเนื้อเพียงมัดเดียวมีการออกกำลังกาย ไขมันจะไม่ถูกนำไปใช้สร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย เพราะร่างกายมีความต้องการพลังงานน้อย แต่เมื่อกล้ามเนื้อใหญ่ๆ หลายๆ มัดมีการออกกำลังกาย ไขมันจะค่อยๆ ถูกนำออกไปใช้ในการสร้างพลังงานเพื่อให้ทันกับความต้องการพลังงานของร่างกาย และกล้ามเนื้อกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย คือกล้ามเนื้อขาและสะโพก ซึ่งในกลุ่มกล้ามเนื้อที่ใช้ในการออกกำลังกายแบบแอโรบิคนั่นเอง

 
สิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะชี้ให้เห็นก็คือ มันเป็นไปไม่ได้ที่ไขมันเฉพาะส่วนในร่างกายจะถูกกำจัดโดยมีการออกกำลังกายเฉพาะส่วน  เพราะผลก็คือ ถ้ามีการออกกำลังกายบริหารเฉพาะส่วน  ไขมันที่อยู่ในกล้ามเนื้อจะสามารถถูกกำจัดออกไปได้ แต่ไขมันที่สะสมอยู่ที่ใต้ผิวหนังที่อยู่เหนือกล้ามเนื้อจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ไขมันใต้ผิวหนังเป็นไขมันที่เกี่ยวข้องกับร่างกาย โดยส่วนรวมทั้งหมด พูดง่ายๆ ก็เปรียบเสมือนอาหารในตู้เย็นไม่ได้เป็นของพ่อครัว เพราะเพียงแต่พ่อครัวต้องยืนอยู่ใกล้ตู้เย็นตลอดเวลา เช่นเดียวกันก็จะเห็นได้ว่าไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังก็เหมือนอาหารในตู้เย็น ซึ่งถูกเก็บไว้เพื่อปรุงอาหารสำหรับคนทั่วไป คน ๆ หนึ่งไม่ว่าจะตะกละเพียงใด แต่ก็ต้องใช้เวลาในการกินอาหารทั้งหมดที่เก็บไว้ในตู้เย็นนานกว่าคนหลายๆ คนที่กินอาหารตามปกติ กล้ามเนื้อมัดหนึ่งๆ ไม่ว่าจะออกกำลังกายมากเพียงใดก็ต้องใช้เวลาในการที่จะกำจัดไขมันส่วนที่อยู่เหนือกล้ามเนื้อนานกว่ากล้ามเนื้อหลายๆ มัดที่มีการออกกำลังกายพร้อมกัน
 

ฉะนั้นถ้าอยากให้ไขมันใต้ผิวหนังลดลง ก็จำเป็นที่จะต้องพยายามให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ๆ มีการออกกำลังกายพร้อมกันเพื่อที่จะทำให้ประสบความสำเร็จตามที่ต้องการ

 
โดยทั่วไปไขมันใต้ผิวหนังจะสะสมครั้งแรกอยู่ที่บริเวณหลังต้นขาก่อน จากนั้นจึงเริ่มไปสะสมที่บริเวณนอกต้นขา เช่น สะโพก และลำตัวส่วนบน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใต้ท้องแขน แต่เมื่อถึงเวลาที่ไขมันจะถูกกำจัด บริเวณที่ถูกกำจัดจะเรียงลำดับในทิศทางตรงกันข้ามจากบริเวณใต้ท้องแขน ไปยังบริเวณหลังต้นขา ถ้าสมมุติว่าท่านผู้อ่านเป็นผู้หญิงและต้องการลดไขมันด้วยการขี่จักรยาน ไขมันก็จะถูกกำจัดที่บริเวณใต้ท้องแขนก่อนและขาเป็นบริเวณสุดท้าย ทั้ง ๆ ที่การขี่จักรยานต้องใช้ขาเป็นหลักในการออกกำลังกาย

 
มีบางคนอาจแนะนำว่า ถ้าต้องการกำจัดไขมันใต้ท้องแขนต้องมีการออกกำลังกายด้วยการแกว่งแขนหรือดันพื้น
แต่เชื่อผู้เขียนเถอะครับว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิค เช่น
ขี่จักรยาน หรือวิ่งเหยาะจะกำจัดไขมันใต้ท้องแขนได้เร็วกว่า

 


 
รอยย่น ๆ ที่พบในขาของผู้หญิงซึ่งเรียกว่า เซลลูไลท์ (CELLULITE) เกิดขึ้นจากการที่ไขมันเป็นจำนวนมากสะสมอยู่ภายใต้ผิวหนัง มันอาจจะทำให้รู้สึกว่าน่าเกลียด แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนขอแนะนำว่าอย่าไปออกกำลังกายเฉพาะส่วนเพื่อหวังจะลดไขมันที่บริเวณนั้น  การออกกำลังกายแบบแอโรบิคเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดในการกำจัดไขมันทั่วร่างกาย โดยไม่ทำให้ไขมันมีการสะสมมากเป็นแห่งๆ


 
มาถึงตรงนี้ก็คงทราบกันแล้วครับว่า การบริหารกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนไม่สามารถกำจัดไขมันที่อยู่ภายนอกกล้ามเนื้อ
แต่ไขมันที่สะสมอยู่ภายนอกกล้ามเนื้อสามารถลดลงได้ด้วยการออกกำลังกายแบบแอโรบิค คือการทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกายได้ออกกำลังกายพร้อมกัน
 
 


ผู้เขียนใคร่ขอเสนอการออกกำลังกายอีกชนิดหนึ่งควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิค นั่นก็คือการยกน้ำหนักนั่นเอง  เพราะการออกกำลังกายแบบยกน้ำหนักเป็นการออกกำลังกายที่ดีสำหรับการเปลี่ยนแปลงกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน ที่ผู้ออกกำลังกาย ด้วยการยกน้ำหนักสามารถเพิ่มขนาดหรือเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนได้ ตัวอย่างเช่น นักฟุตบอลยกบาร์เบล เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาเป็นต้น

 
นอกจากนั้นแล้ว การยกน้ำหนักที่เหมาะสมและถูกต้องยังสามารถเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อหน้าอกได้อีกด้วย ซึ่งการยกน้ำหนักเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหน้าอกนี้สามารถทำให้รูปร่างของคุณผู้หญิงเปลี่ยนแปลงขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัดเจน เลยทีเดียว

 
นักวิ่งส่วนมากมักจะยกน้ำหนักเพื่อบริหารลำตัวส่วนบน เพราะตามปกติ ลำตัวส่วนบนของนักวิ่งจะมีลักษณะผอมบาง และการยกน้ำหนักยังเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนักตัวอีกด้วย


 

การยกน้ำหนักไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ เช่น บาร์เบล หรือดัมเบล สำหรับผู้เริ่มต้นก็อาจจะใช้อุปกรณ์ชนิดอื่นเช่น ถุงทราย, กระป๋องที่มีขนาดใหญ่ๆ, หนังสือเล่มหนาๆ หรือแม้กระทั่งการยึดพื้นหรือการลุก-นั่ง ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายแบบยกน้ำหนักเหมือนกัน
 
ถ้าสมมุติว่ามีไขมันสะสมอยู่ที่แขนหรือท้องของคุณมากก็พยายามออกกำลังกายแบบแอโรบิคเพื่อลดไขมันส่วนนั้น และให้เพิ่มการออกกำลังกายแบบการยึดพื้น หรือลุก-นั่ง เพื่อสร้างความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อแขนและกล้ามเนื้อท้อง

 
มาถึงบรรทัดนี้ท่านผู้อ่านก็คงจะพอทราบกันแล้วนะครับว่า การออกกำลังกายแบบใดที่เหมาะสำหรับการกำจัดไขมัน ไม่ว่าจะเป็นไขมันเฉพาะส่วนหรือไขมันที่สะสมทั่วไปในร่างกาย ถ้าไม่เชื่อผู้เขียนลองปฏิบัติดูสัก 2 เดือนก่อนสิครับ ทำสม่ำเสมออาทิตย์ละ 3 วัน , วันเว้นวัน, วันละ 30 – 40 นาที เมื่อทำเสร็จแล้วถ้าปรากฏว่ายังไม่รู้สึกเลยว่ารูปร่างดีขึ้น ก็ขอเชิญต่อว่าผู้เขียนได้ตามสะดวกเลยครับ แต่ถ้าปรากฏว่ารู้สึกว่ารูปร่างดีขึ้นก็ขอเชิญชวนให้ทำกันต่อไป เพื่อที่ท่านจะได้หล่อ จะได้สวยกัน และมีสุขภาพดีต่อไปอีกนานๆ

 

รศ.ดร.วิชิต คนึงสุขเกษม
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน
ในชุดโครงการ “รวมพลัง ขยับกาย สร้างสังคมไทย ไร้พุง”
เครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)


เรียบเรียงโดย Never-Age.com

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-Ages.com

http://www.facebook.com/neverage.fan

และ Twitter

Twitter.com/Never_Age

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.