Top
"วิธีบำบัดอาการ ขี้เบื่อ"
   8 ส.ค. 2557 03:52 น.       เปิดอ่าน 1609       แสดงความคิดเห็น   


       โรคขี้เบื่อสามัญนั้นอันตราย เพราะมันทำลายเครื่องเผากิเลสคือความอดทน ทำให้ติดของใหญ่ ไม่ยอมอยู่กับสิ่งละเอียด ฉะนั้นเราต้องฝืนนิสัยขี้เบื่อด้วยการหัดอยู่ในปัจจุบัน ยอมอยู่กับสิ่งที่ไม่น่าตื่นเต้นเลย ไม่มีอะไรดึงดูด ไม่มีส่วนกระตุ้นอารมณ์เราเลย ถ้าเราสามารถมีความรู้ ความตื่นอยู่กับปัจจุบันกับสิ่ง ธรรมดาๆ ได้ จิตใจเราจะเบิกบาน นี่เป็นสิ่งที่ครูบาอาจารย์ยืนยันกัน

          จิตที่พอใจอยู่กับปัจจุบัน ตื่นอยู่ด้วยสติแล้วย่อมไม่รู้สึกซ้ำซากหรือจำเจเลย ความเบื่อสามัญไม่มีโอกาสปรากฏในใจเพราะสติกั้นเอาไว้ทั้งนี้เพราะว่า จิตตกเป็นเหยื่อของตัณหา เพราะอยู่ในปัจจุบันอย่างรอบคอบไม่เป็น เมื่อไม่อยู่กับสิ่งที่เป็นจริงในปัจจุบัน เราชอบปล่อยให้ความจำต่าง ๆ เรื่องอดีต ความคิดปรุงแต่งเรื่องอนาคตสอดแทรกเข้ามา ความหลากหลายของอารมณ์ชวนให้รู้สึกว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่ไม่น่าสนใจ

          สมมติว่าเราจะทำอะไรสักอย่าง แล้วมีทางเลือกสักสิบทาง ยิ่งหวังผลมาก ก็ยิ่งตัดสินยากใช่ไหม รู้สึกเครียด สุดท้ายก็ตกลงเอาอย่างนี้แหละ แต่ตัดสินแล้ว ยังอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า ตัดสินถูกหรือเปล่า ดำเนินไปตามทางที่เลือกแล้วก็ยังสงสัยอยู่ จิตจึงหลุดออกจากงานในปัจจุบันได้ง่าย โดยชอบเอาเรื่องที่ไม่ได้ทำเก้าอย่าง เปรียบเทียบกับสิ่งที่กำลังทำอยู่อย่างเดียว อย่างนี้ไม่ยุติธรรม เพราะเป็นเรื่องธรรมดาว่า เมื่อเราเอาข้อดีของอะไรเก้าอย่าง รวมกันเปรียบเทียบข้อดีของสิ่งเดียว สิ่งที่กำลังทำอยู่อย่างเดียวนั้นต้องแพ้ เราคิดผิดตรงนี้ คือเลือกอะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่เลือกแล้วมีอันเดียว สิ่งที่ไม่เลือกมีมากมาย ผู้ไม่ฉลาดเจออุปสรรคแล้ว มักนึกถึงทางเลือกอื่น ๆ ที่อาจจะได้ผลมากกว่านี้ด้วยความเสียใจ
 

          
       ผู้เบื่ออารมณ์ชั่วแวบ จะต้องรู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่กำลังทำอยู่เป็นธรรมดา กิเลสเอาเรื่องอดีตมาฟ้องก็เบื่อหน่ายได้ เพียงเพราะไม่อยากทำสิ่งที่เคยทำอยู่หลายครั้งแล้ว แท้ที่จริงแล้ว ที่เราเคยทำในอดีตทั้งหมดนั้นเดี๋ยวนี้คือความจำที่เกิดขึ้นและดับไปในจิตใจ ถ้ารู้เท่าทันอารมณ์ปัจจุบัน คือความเบื่อแล้วความเบื่อนั้นก็หาย

          แทบไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่า เรื่องที่ไม่น่าสนุก ที่น่าจะจืดชืด พอเข้าไปสัมผัส จริงๆ แล้ว นักปฏิบัติกลับรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เราทุกคนมีสิทธิที่จะบรรลุถึงความสุขระดับนี้ และการเข้าถึงความสุขระดับนี้นั้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเลิกแสวงหาความสุขอย่างอื่น เราก็ยังแสวงหาได้พอประมาณแต่เนื่องจากว่าหากมีความสุขภายในเป็นหลักอยู่แล้ว การแสวงหาความสุขภายนอกจะเป็นไปในลักษณะที่พอดี อย่างน้อยที่สุดก็ไม่เป็นเหตุให้เบียดเบียนคนอื่น ไม่ทำให้ผิดศีลธรรม และก็เป็นการแสวงหาความสุขที่เสริมหรือประดับของเดิม อย่างนี้ก็สบาย อยู่คนเดียวก็สบาย อยู่กับครอบครัวก็สบาย อยู่กับคนมากก็สบาย มีหลักของเราแล้วสิ่งแวดล้อมมีอำนาจกำหนดอารมณ์เราน้อย"

          ลองนำไปปฏิบัติพิสูจน์ดูกันนะคะ ดีกว่าปล่อยให้ชีวิตต้องตกอยู่ในกำมือผู้อื่น เราควรอาศัยหมอช่วยซ่อมกายเป็นครั้งคราว แต่โรคทางใจ เราต้องเยียวยารักษากันเอง ไม่มีใครจะคอยเฝ้าดูแลแทนตนเองได้!!!

 

ที่มาข้อมูล : manager

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

และ IG : http://instagram.com/neveragedotcom

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.