Top
"พฤติกรรมที่ทำแล้วอาจโดนสาวๆ เกลียด"
   13 ส.ค. 2557 10:08 น.       เปิดอ่าน 1843       แสดงความคิดเห็น   

เรื่องบางเรื่องคุณก็อาจรู้อยู่แก่ใจ แต่เรื่องบางเรื่องทำไมจึงส่งผลร้ายแบบนั้น
มารู้ 5 พฤติกรรมที่จะทำให้คนเกลียดคุณโดยไม่รู้ตัวดีกว่า..

 



1. เซลฟี (Selfie) ในทุกๆ ที่
เพราะ "มนุษย์เรามีสัญชาตญาณของการแข่งขัน" ตอนนี้ไม่ว่าใครก็เป็นส่วนหนึ่งของโลกออนไลน์กันทั้งนั้น เชื่อหรือไม่ว่า รูปที่ถ่ายใบหน้าคุณที่ใกล้จนเกินไปแต่คุณก็ยังมีผิวหน้าที่เรียบเนียนได้นั้น ทำให้ความน่าเชื่อถือและความน่าสนใจลดลงอีกด้วย Dr. Pamela Rutledge ของ Media Psychology Research Centre of the USA ให้เหตุผลต่อพฤติกรรมคนที่ชอบถ่ายรูปตนเองไว้ว่า คนที่ถ่ายรูป Selfie ขึ้น Facebook บ่อยๆ มีแนวโน้มจะถูกคนอื่นรังเกียจ แถมแสดงออกว่าตนมีปมด้อยในใจ เพราะคงไม่มีใครที่เลือกรูปที่หน้าตาดูแย่กว่าตัวจริงมาขึ้น Facebook & Instagram แน่ๆ และคนที่ถ่ายภาพตัวเองมักจะมีอยู่แค่มุมเดียว จนเรียกว่า "มุมแห่งดวงดาว" ราวกับเราจะดูดีที่สุดในมุมนี้เท่านั้น แปลง่ายๆ ก็คือ คนที่คอยโพสต์รูปตัวเองแล้วดูว่ามีคนกด Like เท่าไร? มี Comment ดีไม่ดีแค่ไหน? ถ้ามี Comment เชิงลบก็จะเก็บไปครุ่นคิด จิตตก กระทั่งอาจอันเฟรนด์คนนั้นๆ ออกไปจากรายชื่อของเพื่อนในโลกออนไลน์ไปเลยก็ได้

2. ชอบหรี่ตา หรือทำตาปรือ
ลองจินตนาการว่า มีคนให้คุณดูภาพดวงตาปรือๆ (ลืมแค่ครึ่งตา) เหมือนคนง่วงนอนแล้วกำลังจ้องมาที่คุณ คุณรู้ไหมว่าคนส่วนมากที่ทำการทดสอบจะรู้สึกในทางลบ สำหรับรูปถ่ายที่ทำตาปรือหรือหรี่ตา ซึ่งสวนทางกับสาวโสดทุกคนจะให้คะแนนผู้ชายที่เปิดตากว้าง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า การเปิดตากว้างจะมีความสัมพันธ์กับการแสดงความใส่ใจและให้เกียรติฝ่ายตรงข้าม ขณะที่การทำตาปรือหรือการหรี่ตานั้นจะบ่งถึงการยึดมั่นในความคิดตนจนไม่ใส่ใจสิ่งรอบข้างเสียมากกว่า ด้วยเหตุนี้เองนักวิทยาศาสตร์จึงได้แนะนำคู่เดตว่า ควรจ้องมองไปที่ตาของคู่เดตโดยตรง โดยไม่ต้องทำตาหรี่ หรือหลุบตาลงต่ำ พร้อมทั้งเปิดตาให้กว้างเข้าไว้ คุณจะดูเซ็กซี่ขึ้นมาในทันที...   

3. แต่งตัวแบบกึ่งชายกึ่งหญิง
ถึงแม้ทุกวันนี้ช่องว่างระหว่างเพศจะลดลดอย่างเห็นได้ชัด นับว่าเป็นก้าวแรกของโลกแห่งความเท่าเทียมกัน แต่ก็แค่ในโลกทฤษฎีเท่านั้น!! แต่ในทางปฏิบัติแล้ว นักวิจัยค้นพบว่า คนที่แต่งตัวแบบทอมบอย หรือชายไว้ผมยาวแบบผู้หญิง จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่คนๆ นั้นทำงานได้ก้าวหน้ามากกว่าคนอื่นสักแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วคนส่วนใหญ่ก็จะพยายามที่จะหาข้อตำหนิเขาอยู่ดี เช่น ตำหนิทรงผม ตำหนิเสื้อผ้า ตำหนิความแปลกประหลาด โดยที่ไม่สนว่าแท้จริงแล้วคุุณจะมีนิสัยเป็นอย่างไร หรือสนใจอะไรเป็นพิเศษ เพราะคนภายนอกไม่สนใจอดีตของคนๆ นั้นเท่ากับปัจจุบันที่เขาเป็น และจะเหยียดหยามไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม!!

4. เสียงของคุณเป็นผู้ชายจนเกินไป
จากกระแสนิยมที่มีในปัจจุบัน ผู้ชายที่เพอร์เฟ็คที่สุดคือ ผู้ชายที่สุขุม นุ่มลึก มีเสียงที่อบอุ่น และพร้อมที่จะปกป้องคนรัก ในขณะที่ผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบจะต้องมีการสื่อสารอย่างมีเอกลักษณ์ เช่น น้ำเสียงจะต้องยั่วยวน พูดด้วยเสียงเล็กเสียน้อย เป็นต้น ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงลักษณะของน้ำเสียงที่ทำให้เรารู้สึกว่าคนๆ นี้แหละเพอร์เฟ็ค แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย McMaster พบกลับเป็นตรงกันข้าม ผู้ชายส่วนมากจะให้คะแนนความน่าดึงดูดใจกับเสียงที่มีความเป็นผู้หญิงมากกว่า (ระดับของเสียงที่สูงกว่า) เช่นเดียวกับผู้หญิงที่ให้คะแนนความน่าดึงดูดใจกับเสียงของผู้ชายที่มีเสียงทุ้มต่ำมากกว่า (ระดับของเสียงต่ำกว่า) แต่ในขณะเดียวกันทั้งชายและหญิงก็ลงคะแนนว่าเสียงผู้หญิงที่มีความเป็นผู้หญิงมากกว่า และเสียงผู้ชายทีทุ้มต่ำมากกว่านั้น มีแนวโน้มที่จะนอกใจคู่ครองของตน ด้วยทั้งสองเพศ "ถูกทำให้เชื่อ" ว่าเจ้าของเสียงนั้นต้องเป็นคนที่น่าสนใจมากแน่ๆ จากการฟังเสียงของอีกฝ่ายเท่านั้น

5. คุณมีนิสัยที่ดีเกินไป
ไม่น่าเชื่อว่า นิสัยดีเกินไปจะเป็นเหตุผลอันดับ 1 ที่ทำให้คนเกลียด แล้วการดีเกินไปทำให้คนไม่พอใจได้อย่างไร? เพื่อที่จะศึกษาเรื่องนี้ นักวิจัยจึงให้อาสาสมัครเล่นเกมคอมพิวเตอร์ โดยเป็นเกมที่มีผู้เล่น 5 คน โดยไม่มีใครรู้ว่าคนที่คุณกำลังเล่นอยู่ด้วยนั้นเป็นใคร ซึ่งจริงๆ แล้วคนอาสาสมัครที่กำลังเล่นเกมอยู่ด้วยนั้นเป็นคอมพิวเตอร์ที่ถูกตั้งโปรแกรม สามในสี่จะมีบุคลิกของคนประเภทไม่ดีเกินไป และเล่นอย่างยุติธรรม ส่วนบุคลิกสุดท้ายที่ถูกตั้งไว้จะเป็นประเภทเห็นแก่ตัวอย่างมาก หรือไม่ก็เป็นคนดีเกินไปพร้อมที่จะเสียสละ หลังจากจบเกมแล้วนักวิจัยก็จะถามอาสาสมัครว่า คุณชอบที่จะเล่นเกมกับคนไหนมากที่สุด? อาสาสมัครเกือบทั้งหมดบอกว่าใครก็ได้ ที่ไม่ใช่คนที่ทำตัวเป็นอันธพาล หรือคนที่ดีเกินไปเพราะเขาเชื่อว่าการเล่นเกมส์กับอีกฝ่ายที่เป็นผู้เล่นที่ดีเกินไป ทำให้อาสาสมัครรู้สึกแย่ เมื่อถูกเปรียบเทียบกับตน หรือดีเด่นกว่าคนจำนวนทั้งหมดนั่นเอง...

ที่มา FHM

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

http://www.facebook.com/neverage.fan 

และ Twitter 

twitter.com/Never_Age

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.