Top
"สิ่งควรทำเพื่อชีวิตมีประสิทธิภาพในทุกวัน"
   10 ต.ค. 2557 10:47 น.       เปิดอ่าน 1293       แสดงความคิดเห็น   


คุณทำงานสัปดาห์ละกี่วัน 5 วัน 6 วัน หรือว่าทุกวัน! แต่ถ้าพูดถึงชั่วโมงทำงานโดยเฉลี่ยของคนทั่วไป ส่วนใหญ่จะทำงานอยู่ที่เฉลี่ยคนละ 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งมีบางการวิจัยที่ระบุว่าจำนวนการทำงาน 16-17 ชั่วโมงจากทั้งหมดนั้นเป็นการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
 

          อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงแล้ว คนเรามีศักยภาพมากพอที่จะทำให้ 16 ชั่วโมงเหล่านั้นมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่ความสำเร็จได้มากและดียิ่งขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนบ้างานแต่อย่างใดเลย

          และนี่คือเคล็ดลับดีๆ ที่มีด้วยกัน 5 สิ่งควรทำเพื่อทุกวันที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ซึ่งนิว 108 ขอมาแนะนำในฉบับวันศุกร์สุดสัปดาห์
 

          1. จัดการอารมณ์ของคุณให้ดี บริษัทหรือองค์กรส่วนใหญ่มักสรุปว่าระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือ พนักงานทำงานตามขั้นตอน และกฎบริษัทอย่างเคร่งครัดราวกับหุ่นยนต์ แต่พวกเขาลืมพลังมหาศาลของสิ่งที่เรียกว่า "ความรู้สึก"

          หากคุณเริ่มต้นวันด้วยความสงบผ่อนคลาย ชีวิตและการทำงานในวันนั้นก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าเราตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงโทรศัพท์ตามตัว มีอีเมล์ตามงาน ขณะที่มีเสียงหวอรถพยาบาลดังลั่นถนนหน้าบ้าน สมาธิของคุณจะกระเจิง และส่งผลให้วันนั้นกลายเป็นวันวุ่นวายได้อย่างง่ายดาย

          แต่ถ้าเลี่ยงชีวิตหลังตื่นนอนแบบหลังไม่ได้ ทางแก้คือ คุณพยายามตระเตรียมสิ่งที่ต้องทำ และต้องมีติดตัวให้พร้อม รวมทั้งมีการโน้ตสิ่งที่ต้องทำ โดยผ่านการจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำให้ชัดเจน และสมเหตุสมผล ตั้งแต่ช่วงก่อนนอน เมื่อคุณมีความพร้อม ก็จะสามารถตื่นรับเช้าวันใหม่อย่างสดใส และผ่อนคลาย เพราะคุณพร้อมอยู่เสมอไงล่ะ

          2. เลิกเช็กอีเมล์ในตอนเช้า สำหรับใครหลายคน ข้อนี้ถือเป็นสิ่งที่เกือบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่รับรู้ไม่สนใจกับอีเมล์ใหม่ๆ หรือฟีดข่าวล่าสุดในโซเชียล มีเดีย แต่จากที่เคยสัมภาษณ์คนเก่งๆ หลายคน ไม่มีเลยสักคนที่บอกว่า "ผมมักใช้เวลานานๆ อยู่กับอีเมล์" เพราะทันทีที่คุณเสียเวลาช่วงเช้าไปกับการเช็กอีเมล์ คุณกำลังเสียเวลาที่ดีที่สุดของวันไปกับธุระของคนอื่น ไม่ใช่ตัวคุณเองเลย

          ดังนั้นการเริ่มต้นวันที่ดี จึงไม่ควรใช้ 2 ชั่วโมงแรกของวันไปกับการเช็กอีเมล์ บางคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ แม้ว่าอีเมล์อาจช่วยเติมให้งานประจำวันสมบูรณ์เต็มร้อย แต่เชื่อเถอะว่าคุณสามารถทำงานหรือสิ่งที่จำเป็นได้เสร็จสิ้นได้ราว 80-90% ก่อนหน้าที่จะเริ่มเปิดอีเมล์เสียอีก
 


 

          3. วางแผนก่อนทำงานดีกว่า หาทางลัดระหว่างทำงาน

          มักมีคำโอดครวญอยู่บ่อยครั้งว่า "ไม่มีทางที่ฉันจะทำงานเสร็จทันเวลา" คำแนะนาสำหรับเรื่องนี้ง่ายมาก สาเหตุที่ทำให้มันเป็นไปไม่ได้ก็คือ คุณทำโน่นนั่นนี่มากเกินไปน่ะสิ

          หากอยากทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แทนที่จะเอาแต่หาทางทำงานตรงหน้าให้ได้ดีขึ้นเร็วขึ้น ลองพิจารณาก่อนว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นคู่ควรกับการเสียเวลาให้หรือไม่

          มีตัวอย่างมากมายว่า ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จนั้นจะไม่มัวเสียเวลาชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าไปกับการ "หาทาง" ทำงานตรงหน้าให้สำเร็จ หากแต่จะเน้น "วางแผน" ก่อนการทำงานอย่างรอบด้าน และรอบคอบ เพื่อใช้เวลาให้น้อยที่สุดเมื่อต้องทำงานจริง

         4. จดจ่อสิ่งที่ทำ ขจัดสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องทิ้งไป

          การมีสมาธิจดจ่อกับการทำงานถือเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ ปัจจัยที่นำมาซึ่งสมาธิเพื่อตั้งสติสัมปชัญญะ และนำไปสู่ปัญญาก็คือความเป็นส่วนตัว ซึ่งแม้ว่าจะทำได้ง่ายๆ ด้วยการปิดประตูอยู่ในห้องเพียงลำพัง แต่แน่นอนว่าตราบใดที่คุณยังไม่ได้เป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีห้องทำงานของตัวเอง วิธีนี้จึงยังไม่เวิร์กนัก ถึงกระนั้นแม้คุณจะเป็นผู้บริหารที่มีห้องหับเป็นเรื่องเป็นราวแล้วก็ตาม แต่ขึ้นชื่อว่าผู้บริหารย่อมถูกรบกวนด้วยโทรศัพท์สายสำคัญโน่นนั่นนี่แทบจะตลอดเวลาชวนให้สมาธิกระเจิดกระเจิงอยู่ดี

          แล้ววิธีแก้ปัญหาของเรื่องนี้คืออะไร บรรดาผู้บริหารนั้นมีทางออกก็คือ ใช้เวลาราว 90 นาทีในตอนเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่ยังไม่มีใครหรืออะไรมายุ่งย่ามวุ่นวายกับพวกเขาได้ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับพนักงานตัวเล็กๆ อย่างเราๆ ได้เช่นกัน แต่แน่นอนว่า ย่อมมีคำถามต่อไปว่า เมื่อไปออฟฟิศแล้วก็ต้องพบกับหลากปัญหาหลายงานเข้าให้ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่ดี แล้วควรทำอย่างไร คำตอบสำหรับประเด็นนี้ก็คือ โปรดอ่านข้อต่อไป

          5. กำหนดระบบส่วนบุคคลขึ้นมาบุคคลที่ประสบความสำเร็จ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ไม่มีใครใช้ชีวิตหรือทำงานโดยรอให้โชคช่วย หรือปล่อยให้ทุกสิ่งเป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น โดยเชื่อมั่นในความมีวินัยในตัวเองว่าจะสามารถรับผิดชอบพอที่จะไม่เหลวไหล เพราะบางครั้งวินัยอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องเพิ่มตัวช่วยด้วยการกำหนดขั้นตอนและระบบที่มีประสิทธิภาพ โดยเริ่มต้นจากการวางแผนงานเป็นข้อๆ ซึ่งโดยทั่วไปแม้ว่างานแต่ละชิ้นจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน แต่ลำดับการทำงาน หรือแม้กระทั่งลำดับการคิดนั้นจะมีโครงสร้างไม่ต่างกันเลย

          เมื่อระบบคิดของเรามีขั้นมีตอนแล้ว กระบวนการตัดสินใจก็จะง่ายขึ้น เพราะสมองของคุณได้มีการจัดลำดับเตรียมไว้อยู่แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้เราสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้ดีและรวดเร็วมากขึ้น

 

ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์นิวร้อยแปด

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.