Top
"เซ็กส์ในน้ำระวังจิ๋มล็อก"
   3 พ.ย. 2557 10:11 น.       เปิดอ่าน 4555       แสดงความคิดเห็น   

การบรรเลงกิจกรรมรักอันเร่าร้อนกับ “คนพิเศษ” นั้น เป็นเรื่องส่วนตัวที่ “คู่รักแต่ละคู่” จะเลือกสรร หรือพิถีพิถันหา “สถานที่” ที่อาจจะเป็นที่ลับ-ที่แจ้ง...ก็สุดแล้วแต่ หากไม่ได้ไปเบียดบัง “ชีวิตคนอื่น”

จากการค้นพบของทีมนักวิทยาศาสตร์จากออสเตรเลีย เปิดเผยไว้ว่า การร่วมรัก (เซ็กส์) เกิดขึ้นครั้งแรกใต้ท้องน้ำ เมื่อประมาณ400ล้านปีที่ผ่านมา จากบรรพบุรุษของมนุษย์ “ปลาหุ้มเกาะ” สิ่งมีชีวิตยุคดึกดำบรรพ์

แต่ตัวอย่างการเสพเซ็กส์ที่กลายเป็นเรื่องฮือฮาปนขำ...ของคนทั่วโลก หนีไม่พ้นกรณีของ “คู่รักชาวอิตาลี” ที่นึกพิเรนทร์ มี "เซ็กส์ในทะเล" หรือที่เรียกกันภาษาชาวบ้านว่า “เซ็กส์ในน้ำ” ที่สุดท้ายฝ่ายชายกลับไม่สามารถดึงอวัยวะเพศออกจากฝ่ายหญิงได้ ต้องวิ่งโร่ขอความช่วยเหลือจากแพทย์เป็นการด่วน ซึ่งแพทย์ได้ฉีดสารหล่อลื่นที่ช่องคลอดฝ่ายหญิง เพื่อให้อวัยวะเพศของทั้งสองแยกออกจากกัน...

ได้รับการไขข้อข้องใจในเรื่องนี้ จาก “ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์” สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมนต่อมไร้ท่อและการเจริญพันธ์ ซึ่งให้ความเห็นน่าสนใจว่า กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นได้ด้วยปัจจัย 3 เหตุผลคือ 1.น้ำจะเป็นตัวชำระล้างสารหล่อลื่นที่ผลิตจากอวัยวะเพศหญิงออกไป 2.น้ำทะเลจะมีค่าความถ่วงเฉพาะสูง(ความเค็ม) ซึ่งจะดูดน้ำจากผนังของช่องคลอดออกมา ทำให้หมดความชุ่มชื่นภายใน 3.ขนาดอวัยวะเพศของคู่รัก หากเป็นหนุ่ม-สาว จะมีโอกาสมากกว่าวัยผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอวัยวะเพศชายแถบยุโรปจะมีไซส์ใหญ่ จึงส่งผลให้เกิดภาวะติดหนึบนั่นเอง


“แทนที่จะสุข กลับต้องเป็นทุกข์” นั่นเพราะว่า หลากหลายสิ่งปนเปื้อน ทั้งความเค็มของน้ำทะเล แพลงก์ตอน (plankton : คือสิ่งมีชีวิต ทั้งพืชและสัตว์ที่ล่องลอยไปตามกระแสน้ำ) เศษทรายละเอียด หรือแม้กระทั่งน้ำจืดที่ไม่สะอาด หากเล็ดลอดเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของฝ่ายหญิง อาการแสบ ระคายเคือง หรืออาจเป็นแผล ซึ่งสุดท้ายจะเป็นเหตุให้เกิดการอักเสบ และตกขาวตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยปกติธรรมชาติของมนุษย์ หากปราศจากเรื่องท้าทายในตัวเอง ก็จะไม่เคยลิ้มลอง “สัมพันธ์สวาทแบบโลดโผน” และโอกาสที่จะเกิดเรื่องสุดอึ้งโลก ก็แทบจะไม่มีให้เห็นกันแน่

“การร่วมรักแบบนี้ เป็นความใฝ่ฝันของมนุษย์ที่ปรารถนามีเซ็กส์ต่างจากปกติ แต่ทางที่ดี "อ่างอาบน้ำ" น่าจะใกล้เคียงมากที่สุด ซึ่งน้ำจะต้องมีอุณหภูมิอุ่นๆ และสะอาด ซึ่งแน่นอนว่าระหว่างน้ำเค็มกับน้ำจืด โอกาสและปัจจัยที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ น้ำจืดจะต่ำกว่าน้ำเค็มมาก และเกิดขึ้นกับคนไทยต่ำมากเช่นเดียวกัน” นพ.พันธ์ศักดิ์ กล่าวให้คำแนะนำ

ขณะที่ “นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล” จิตแพทย์ชื่อดัง ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอาการที่"องคชาตติดอยู่ภายในช่องคลอด" หรือที่เรียกว่า Penis Captivus และอาจเข้าข่ายภาวะกล้ามเนื้อใกล้ปากช่องคลอดหดรัดตัวอัตโนมัติ จากอาการตกใจ ขณะกำลังมีเพศสัมพันธ์ หรือเรียกว่า “จิ๋มล็อก” (Vaginismus) โดยในด้านจิตวิทยาจะต้องทราบว่า “ความถี่” ในการร่วมเพศแบบโลดโผนมีบ่อยครั้งแค่ไหน และเป็นความพึงพอใจจากทั้งสองฝ่ายหรือไม่ ถึงจะระบุแน่ชัดได้ว่า เป็นโรคเสพติดเซ็กซ์ (Sexually Addiction) หรือไม่ และคนกลุ่มนี้มักมี “อารมณ์แปรปรวน” ต้องรักษาด้วยจิตบำบัด บางรายอาจจะต้องให้ทานยาร่วมด้วย ซึ่งมักจะไม่ค่อยยอมรับว่า ตนเองนั้น “เสพติดเซ็กส์”

“ต้องเข้าใจว่า...เซ็กส์คือพฤติกรรมธรรมชาติของมนุษย์ ถึงจะเสพติดเซ็กส์มากขนาดไหน แต่คงไม่มีใครที่ต้องการหรือเกิดอารมณ์ทางเพศได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งหากใครที่ชอบร่วมเพศแบบนี้ ความสุข ความตื่นเต้นจะมีแค่ช่วงสั้นๆ แต่อาจสร้างความอับอายไปตลอดชีวิต นั้นคือปัญหาที่จะตามมา”นพ.กัมปนาท กล่าว

อย่างไรก็ดี เชื่อว่า “หลายคน” อาจจะคิดอยากจะลองมี “เซ็กซ์ในน้ำ” เพราะจินตนาการภาพความตื่นเต้นและเร้าอารมณ์ไว้สูง แต่จะจบฉากรักแบบสวยหรูหรือไม่...เป็นอีกเรื่อง เพราะความท้าทาย...มีอยู่ในก้นลึกทางความคิดของแต่ละคนอยู่แล้ว

แต่หากต้องมาจบฉากรักใต้มือ “แพทย์” เหมือน “คู่รักชาวอิตาลี”...คงไม่มีใครอยากลองแน่ๆ

เพราะอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี


ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-Ages.com

http://www.facebook.com/neverage.fan

และ Twitter

Twitter.com/Never_Age

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.