Top
"4 วิธีคุมตัวเองไม่ให้ความเครียดพุ่งปรี๊ด"
   1 พ.ย. 2557 01:00 น.       เปิดอ่าน 1155       แสดงความคิดเห็น   

หากคุณมีอาการหัวใจเต้นแรง ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือปวดท้องเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

ต้องยอมรับว่า ความเครียดเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องเผชิญอยู่ทุกวัน ถ้าเรามีความเครียดในระดับที่เหมาะสม จะส่งผลดีในการช่วยให้เกิดความรู้สึกกระตือรือร้น ช่วยให้มุ่งมั่นทำงานได้สำเร็จ ถ้ามีน้อยเกินไปจะทำให้เฉื่อย ขาดแรงจูงใจ และถ้ามีในระดับที่มากเกินไป และเกิดขึ้นต่อเนื่องสะสม จะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายมากมาย


คุณมีความเครียดสูงเกินไปหรือเปล่า
หากคุณมีอาการหัวใจเต้นแรง ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือปวดท้องเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ บางทีคุณอาจเข้าข่ายอยู่ในภาวะเครียดเรื้อรัง ซึ่งหากไม่ได้รับการจัดการที่ถูกวิธี จะส่งผลกระทบต่อจิตใจ กลายเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลได้ ทำให้คุณภาพชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล รวมทั้งหน้าที่การงานแย่ลง เมก้า วีแคร์ มี 4 เคล็ดลับ ที่ช่วยคุมความเครียดไม่ให้พุ่งปรี๊ดจนเสียสุขภาพ มาฝากคุณสาว ๆ กัน


1. รู้จักการแบ่งงาน
การแบ่งงานอย่างเหมาะสมจะช่วยประหยัดเวลา พัฒนาศักยภาพตนเองและเพื่อนร่วมงาน ทำให้เกิดแรงจูงใจในการทำงาน และนำไปสู่ความสำเร็จ หากคุณอยู่ในระดับหัวหน้า การแบ่งงานต้องเริ่มจากการหาคนรับผิดชอบงานตามความเหมาะสมก่อน จากนั้นคือการอธิบายว่าเหตุใดจึงต้องแบ่งงานให้ทำ ที่สำคัญ ต้องกำหนดวันส่งงาน และช่วยซัพพอร์ต หากเกิดปัญหาขึ้น

2. หัดบริหารเวลาให้เป็น
สำหรับผู้ที่บริหารเวลาเป็น จะจัดการวางแผนล่วงหน้าว่าสิ่งที่ต้องทำมีอะไรบ้างและจัดตารางเวลา มีความมานะพยายามในสิ่งที่ทำ และหลีกเลี่ยงการผัดวันประกันพรุ่ง อย่าคิดทุกอย่างในหัว เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของความจับจด สิ่งที่ควรทำคือ จดสิ่งที่ต้องทำ รวมทั้งการนัดหมาย และเดดไลน์ และเรียงลำดับสิ่งที่ต้องทำก่อน-หลัง ว่าอะไรสำคัญที่สุดต้องทำให้เสร็จก่อน และอะไรคือสิ่งสำคัญอย่างถัดๆ ไป

3. หาเวลาพักผ่อน รีแล็กซ์
ถึงแม้มีเวลาพักผ่อนเพียงครึ่งชั่วโมงต่อวันก็ตาม ควรสร้างช่วงเวลาส่วนตัวที่ไม่ให้อะไรหรือใครเข้ามารบกวน ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ควรแบ่งเวลาสำหรับทำสิ่งที่ชอบ และไม่ควรให้กิจกรรมที่อยากทำขึ้นอยู่กับความต้องการของคนอื่น จนขาดความสุขในช่วงเวลาพักผ่อนส่วนตัว

4. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้น ผักผลไม้ และอาหารที่ให้วิตามินบี ปริมาณสูง ซึ่งได้แก่ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ธัญพืช นม ไข่แดง ผักสีเขียว และถั่วชนิดต่างๆ พบว่า วิตามินบีปริมาณสูงช่วยให้สมองปลอดโปร่ง อารมณ์ดี รู้สึกประปรี้กระเปร่าขึ้น และมีปฏิกิริยาการตอบสนองที่เร็วขึ้นอีกด้วย

วิตามินบี ปริมาณสูง ช่วยบรรเทาความเครียด ทำให้สมองปลอดโปร่ง
วิตามินบีมีบทบาทสำคัญในการสร้างพลังงานจากสารอาหารให้กับสมองและระบบประสาท ในขณะเครียด สมองต้องใช้พลังงานมากขึ้น วิตามินบี จึงถูกใช้หมดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สมองขาดพลังงานในการทำงาน ก่อให้เกิดความเครียดทวีมากขึ้น ในผู้ที่ขาดวิตามินบี แม้จะได้รับสารอาหารมากมายเท่าไรก็ตาม สารอาหารเหล่านั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานให้สมองได้ ดังนั้น ผู้อยู่ในภาวะเครียดจึงควรได้รับวิตามิน บี ปริมาณสูงเพียงพอเพื่อให้เปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงานแก่สมองได้ทันที


พบว่าการที่ร่างกายได้รับวิตามินบีในปริมาณสูงหลายชนิดร่วมกัน เป็นผลดีต่อขบวนการเผาผลาญอาหาร และปฏิกิริยาต่างๆ ของร่างกายให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องสมบูรณ์ โดยการเลือกรับประทานวิตามินบี ควรพิจารณาจาก

1. ปริมาณสูงเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยขนาดแนะนำของวิตามินบีแต่ละชนิด คือ 25-300 มิลลิกรัม/วัน


2.ควรเลือกสูตรสมดุล 1:1 คือ วิตามินบีแต่ละชนิดมีปริมาณเท่ากัน เพื่อป้องกันไม่ให้แย่งการดูดซึมซึ่งกันและกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณเครียด ลองพยายามนึกทบทวนดูว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และเลือกใช้วิธีลดความเครียดที่เหมาะสม นอกจากนั้นควรเสริมด้วยวิตามินและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการปรับสภาพความเครียดของร่างกาย เช่น วิตามินบีปริมาณสูง เป็นต้น เพียงเท่านี้คุณก็จะรับมือกับความเครียดได้อยู่หมัด

ที่มา dailynews

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.