Top
"ความเครียดของลูก นั้นมีเหตุผลเสมอ"
   31 ก.ค. 2558 09:40 น.       เปิดอ่าน 1970       แสดงความคิดเห็น   

 

ทุกวันนี้ ความเครียดที่เกิดขึ้นกับเด็กวัยรุ่น ส่วนใหญ่มักเกิดจากการมีการบ้านรายงานเยอะเกินตัวจนทำไม่ทัน พอไม่ทันก็เกิดความเครียด ไม่อยากเรียน ไม่อยากทำงานส่ง ถามว่า เราจะปล่อยให้ความเครียดนี้กลายเป็นปัญหาสะสมอย่างนั้นหรือ เราจะหาทางออกให้กับความเครียดของวัยรุ่นสมัยนี้ได้อย่างไร

ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับสองหนุ่มต่างวัย มาร์ค-ธนัท รัตนสิริพันธ์ วัย 14 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาร์ค บอกเล่าว่า เวลามีการบ้านรายงานเยอะ ก็เครียดเหมือนกัน เพราะเขาต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย

“ทางออกของมาร์ค คือ มาร์คจะดูว่าการบ้านรายงานอันไหนสำคัญกว่า ก็ทำอันที่สำคัญก่อน อันไหนขอครูเลื่อนได้ก็ต้องขอ อันไหนขอครูแล้วเลื่อนไม่ได้ ก็ต้องทำและส่งให้ทัน แต่มาร์คก็พยายามทำงานส่งให้ครบ ไม่งั้นจะติด ร เดี๋ยวจะลำบาก และเป็นภาระด้วย”

ธนัท เผยว่า เขาโชคดีที่พ่อแม่ไม่ได้กดดันเรื่องการเรียนมาก แต่ก็มีคาดหวังอยากให้เขาเรียนให้ได้เกรดดีๆ เหมือนกัน

“คิดในแง่ดี มาร์คคิดว่า นี่คงเป็นวิธีการกระตุ้นเพื่อให้มาร์คตั้งใจเรียนมากขึ้น มาร์คมีพี่สาวหนึ่งคน เขาเป็นคนเรียนดี ก็มีบ้างที่พ่อแม่จะเปรียบเทียบมาร์คกับพี่สาว แต่มาร์คก็พิสูจน์ให้พ่อแม่เห็นว่ามาร์คสามารถเรียนได้ดีในแบบที่มาร์คทำได้ แม้จะไม่ได้ดีมาก แต่ก็ไม่ได้แย่มาก”

คนต่อมา เติร์ด-ลภัส งามเชวง วัย 17 ปี ตอนนี้กำลังรอสอบเข้ามหาวิทยาลัย เติร์ด บอกเล่าว่า ก่อนหน้านี้เขาเรียนที่ New Sathorn International School

“ลักษณะการเรียนที่โรงเรียนอินเตอร์มันเอื้อให้การเรียนมีความสนุก เราสามารถคุยกับครูได้อย่างตรงไปตรงมา ขอคำปรึกษาได้แบบเหมือนเป็นเพื่อนกัน ในเรื่องของการบ้านรายงาน ครูจะดูก่อนว่านักเรียนมีการบ้านรายงานเยอะขนาดไหน ถ้ามีเยอะ เขาควรให้เวลาเท่าไหร่ ถึงจะเหมาะสมกัน ซึ่งตรงจุดนี้เติร์ดว่ามันดีนะ ไม่ทำให้นักเรียนกดดันหรือมีความเครียดมากเท่าที่ควร”

ในส่วนของพ่อแม่ เติร์ด เผยว่า พ่อแม่ไม่ควรกดดันลูกในเรื่องการเรียน หรือทำการบ้านรายงาน เพราะจะทำให้ลูกเครียดเข้าไปใหญ่

“มีบ้างที่เติร์ดมีความขี้เกียจ มัวแต่เล่นเกม พ่อแม่ก็ดุว่าบ้าง แต่เติร์ดก็พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่คิดเอาคำดุว่าจากพ่อแม่มาทำให้ตัวเองเครียด ถ้ามีปัญหาก็คุยกับพ่อแม่อย่างตรงไปตรงมา คุยกันให้ถูกจุดถูกปัญหา ไม่หนีปัญหา หรือคุยกันในเรื่องที่ไม่ใช่ปัญหาแท้จริง ถ้าลูกขี้เกียจเรียน ขี้เกียจทำการบ้านรายงาน ก็ต้องคุยกันว่าทำไมถึงขี้เกียจ ทุกอย่างมีเหตุผล ถ้าพูดกันตรงๆ และรับฟังกันและกัน เติร์ดเชื่อว่าปัญหามันจะแก้ไขได้ด้วยดี”
 

ที่มา : เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

http://www.facebook.com/neverage.fan

และ Twitter
twitter.com/Never_Age

และ IG : http://instagram.com/neveragedotcom

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.