Top
"เหลือไตข้างเดียว ดูแลอย่างไร"
   29 ก.ย. 2558 14:28 น.       เปิดอ่าน 970       แสดงความคิดเห็น   

 

เหลือไตข้างเดียว ดูแลอย่างไร

 

น.พ.สุรวัฒน์ อดิเรกเกียรติอายุรแพทย์โรคไต โรงพยาบาลปิยะเวทกล่าวว่า "การปลูกถ่ายไตหรือการเปลี่ยนไต" (Kidney Transplant) คือวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย โดยการนำไตของผู้อื่นที่ยังดีอยู่ อาจจะมาจากไตของคนที่มีชีวิต (Living Donor) หรือจากผู้ที่เสียชีวิต (Deceased Donor) แล้วก็ได้ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบแล้วว่าเข้ากันได้กับผู้ป่วย มาทำหน้าที่ทดแทนไตเดิมที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ซึ่งปัจจุบันการปลูกถ่ายไตนับว่าเป็นวิธีการรักษาที่ประสบความสำเร็จสูง ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายไม่ต้องฟอกเลือดไปตลอดชีวิต และสามารถมีคุณภาพชีวิตใกล้เคียงคนปกติ อีกทั้งยังสามารถมีชีวิตยืนยาวมากกว่าการรักษาด้วยวิธีการอื่น 

ดังนั้น ผู้ป่วยโรคไตที่โรคดำเนินเข้าสู่ไตวายระยะสุดท้ายทุกรายที่ไม่มีข้อห้ามในการปลูกถ่ายไต แพทย์มักจะแนะนำให้ทำการรักษาด้วยวิธีนี้ 

สำหรับข้อควรทราบและการเตรียมตัวของผู้ที่จะทำการบริจาคไตนั้น ผู้บริจาคต้องมีความเต็มใจที่จะบริจาคด้วยความบริสุทธิ์ใจ และต้องเข้ารับการตรวจร่างกาย ตรวจทางห้องปฏิบัติการ และตรวจสภาพจิตใจให้พร้อม ก่อนที่จะทำการผ่าตัด 

 


คำถามต่อมาคือ ผู้บริจาคไตจะมีอันตรายหรือไม่ และหลังจากผ่าตัดแล้วจะมีภาวะแทรกซ้อนอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง กล่าวคือ การผ่าตัดไตก็คือการผ่าตัดชนิดหนึ่งซึ่งย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เพราะการผ่าตัดปลูกถ่ายไตต้องมีการวางยาสลบเหมือนการผ่าตัดอื่น ๆ 

แต่ความเสี่ยงที่เกิดจากการผ่าตัดนั้นพบว่ามีน้อยมาก ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากการผ่าตัดไส้ติ่งหรือการผ่าตัดคลอดเลย หลังผ่าตัดต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลโดยเฉลี่ยประมาณ 3-4 วัน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลติดเชื้อ ก็สามารถกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ และสามารถกลับมาทำงานตามปกติได้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ 

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละราย โดยปกติหากเรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง การบริจาคไต 1 ข้าง ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำงานในชีวิตประจำวัน สามารถทำงานและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ การมีไตข้างเดียวสามารถที่จะรับภาระในการกำจัดของเสียและน้ำส่วนเกิน ตลอดจนทำหน้าที่อื่น ๆ ของไตได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพออยู่แล้ว

และพบว่าหลังจากที่เหลือไตข้างเดียวแล้ว ก็ไม่ได้เป็นสาเหตุของการเกิดโรคไตอื่น ๆ ตามมาในภายหลัง 

สำหรับในประเทศไทยนั้นกฎหมายแพทยสภาระบุแหล่งที่มาของไตบริจาคที่ผู้ป่วยจะได้รับมาจาก 2 แหล่ง คือ ผู้บริจาคที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยตามกฎหมายระบุว่าต้องเป็นญาติทางสายเลือด คือ พ่อแม่พี่น้องร่วมสายเลือด บุตรหลานที่เป็นสายเลือดเดียวกันอย่าง
แท้จริง และรวมถึงสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ที่มา : มติชนออนไลน์

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

และ IG : http://instagram.com/neveragedotcom

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.