Top
"เป็นมะเร็ง ลายนิ้วมือหาย เข้าเมืองไม่ได้"
   13 ก.ย. 2556 12:34 น.       เปิดอ่าน 3988       แสดงความคิดเห็น   

     เป็นเรื่องสำหรับคนไข้มะเร็ง กินยาต่อเนื่อง ลายนิ้วมือละลาย สแกนผ่านเข้าเมืองไม่ได้

    เรื่องราวเหมือนบทหนังฮอลลีวู้ดมีชายคนหนึ่งลงจากเครื่องบิน เดินเข้าสู่อาคารผู้โดยสารขณะทำกำลังพูดคุยส่งเอกสารตรวจคนเข้าเมือง และเอานิ้วมือเข้าเครื่องสแกนเพื่อแสดงตัวตนที่แท้จริง เพราะระบบสแกนนิ้วมือนี้ไม่สามารถปลอมแปลงกันได้ง่าย ๆ 

    ปรากฏว่า สแกนครั้งแรกไม่ผ่าน ครั้งสองไม่ผ่าน ไม่ต้องรอถึงครั้งสาม ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ประจำการอยู่แล้วก็เข้ามาประกบและพาไปห้องเล็กทันที 

    กระบวนการสอบสวนเริ่มขึ้นว่าคุณเป็นใคร เอาพาสปอร์ตมาจากไหน คุณมาก่อการร้ายหรือเปล่า แต่ก่อนเรื่องราวจะกลายเป็นหนังบู๊แอ๊คชั่น ตอนจบกลับพลิกไปอีกอย่าง

    ที่อ่านมาตอนต้นคือพล็อตหนัง แต่ต่อจากนี้คือเรื่องจริง

 
     คนไข้รายหนึ่งไม่ได้มีการเปิดเผยชื่อเพียงแต่ใช้ว่ามิสเตอร์เอสหรือคุณ ส มีธุระต้องไปเยี่ยมญาติที่สหรัฐอเมริกา แต่ต้องถูก ตม.หรือตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกักตัวไว้ถึง 4 ชั่วโมงไม่ให้ไปไหน เพียงเพราะว่าเมื่อมิสเตอร์เอสนี้เอานิ้วเข้าเครื่องสแกนเพื่อแสดงตน ปรากฏว่าเครื่องไม่สามารถอ่านลายนิ้วมือเขาได้ เครื่องหาจุดเทียบกับลายมือเก่าไม่ได้เลย ตำรวจก็เลยรวบตัวเขาไว้ในฐานะเป็นผู้น่าสงสัย ว่าทำไมลายนิ้วมือถึงเปลี่ยนไป อาจไม่ใช่ตัวจริงเป็นผู้ก่อการร้ายปลอมตัวมาหรือเปล่า

     เรื่องราวทำท่าจะใหญ่โต จนต้องมิสเตอร์เอส ต้องหาหมอที่รักษาตัวเองที่ประจำอยู่สิงค์โปร์ ออกมายืนยันว่าตัวเขาเองได้รับการรักษาโรคมะเร็งและกินยา Capecitabineมานานแล้วและยาตัวนี้มีผลข้างเคียงดังกล่าวและอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ลายนิ้วมือของเขาเลือนหายไป

     เรื่องราวที่คนไข้โรคมะเร็งต้องอ่าน เพราะว่ามีเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นกับคนกลุ่มนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ  จากการเดินทางเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา สาเหตุเป็นเพราะว่าคนไข้เหล่านี้เป็นโรคมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ และต้องกินยาตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Capecitabine ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดผลข้างเคียงผิวหนังลอก นิ้วมือลอก ฝ่าเท้าลอก และระคายเคืองได้ง่าย

 
     แค่สาเหตุผิวหนังลอกคงไม่สามารถห้ามคนไม่ให้เข้าเมืองได้ แต่ที่เป็นเรื่องขึ้นมาก็เพราะการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่มีเหตุการณ์ 911 หรือ 11 กันยายน ถล่มตึกเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ ทำให้มีความเข้มงวดในการเดินทางทางเครื่องบินและการตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคล วิธีการหนึ่งก็คือการใช้การสแกนลายนิ้วมือ ก่อนเข้าและออกจากอเมริกา

     คนไข้ที่เป็นมะเร็งนอกจากต้องทำการรักษาด้วยการทำคีโม จนเนื้อร้ายไม่แพร่กระจายอีกแล้ว การกินยาตัวนี้ในปริมาณต่ำ ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้คนไข้กลับมาเป็นมะเร็งอีก  มิสเตอร์เอสที่ว่านี้กินยาตัวนี้ต่อเนื่องมาถึงสามปี และได้บินเข้าไปเยี่ยมญาติที่สหรัฐอเมริกา โดยไม่รู้ว่าอาการข้างเคียงของการกินยาจะทำให้เขาต้องถูกกักตัวอยู่ที่สนามบินถึง 4 ชั่วโมง

 
     ทางเจ้าหน้าที่ ตม.คงพอดูออกว่าคุณ ส นี้คงไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายแน่ เมื่อสอบสวนจนพอใจก็ปล่อยตัวให้ออกมาหาญาติได้ตามที่ตั้งใจบินมา แต่ทางการแพทย์คุณหมอ เองฮวดตัน จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติในสิงค์โปร์ได้ออกมาให้คำแนะนำคนไข้กลุ่มนี้ที่นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้นว่า เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีก คนไข้ควรพกเอกสารยืนยันจากหมอประจำตัวที่รักษาหรือจ่ายยาตัวนี้ให้กินว่า อาจมีผลข้างเคียงจากการรักษาทำให้เกิดปัญหาลายนิ้วมือเลือนหายไปได้

     จบจากเรื่องจริง เขียนบทหนังต่อจากตอนต้น 

    ปรากฏว่า คนร้ายนั้นได้รู้เรื่องราวของผลข้างเคียงจากการกินยาตัวนี้ก็เลยวางแผนปลอมตัวมาให้คราบคนไข้เมื่อลายมือไม่ตรงก็มีเอกสารยืนยันจากหมอว่าเป็นเพราะกินยาตัวที่ว่านี้อยู่  คนร้ายก็หลุดเข้าไปอเมริกาได้อย่างง่ายดาย

     เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร  ก็ขอให้จินตนาการกันต่อเอาเอง แต่หนังหลายเรื่องพล็อตก็มาจากเหตุการณ์จริงแล้วเอามาใส่สีตีไข่ให้สนุก หลอกเอาเงินเรามามากต่อมากแล้ว


เรียบเรียงโดย Never-Age.com

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

http://www.facebook.com/neverage.fan 

และ Twitter 

twitter.com/Never_Age

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.