Top
"เรียนรู้ สู้กับปวด เพื่อชีวิตที่ดีกว่า"
   13 ก.ย. 2556 12:37 น.       เปิดอ่าน 2334       แสดงความคิดเห็น   

 

    เชื่อว่าคนทุกคน คงต้องเคย “ปวด” ไม่ปวดหัว ก็ปวดท้อง ปวดขา ปวดคอ ปวดหลัง ปวดใจ (อันหลังนี้ไม่เกี่ยว) ที่ไม่ว่าจะปวดอะไรก็แสนจะทรมานเหลือเกิน

    แต่นั่นถือเป็น “สัญญาณเตือนภัย” ที่ต้องใส่ใจ เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้นกับเรา ใครเคยผ่าตัดไส้ติ่ง คงรู้สึกปวดท้องแทบตาย แต่ก็ปฏิเสธถึง“คุณ” ที่อยู่ในอาการปวดไม่ได้ เพราะช่วยให้หมอวินิจฉัยได้ว่า คุณเป็นอะไร (ถ้าคุณไม่รู้สึกปวด คงไส้ติ่งแตกในท้องแน่ ๆ) และช่วยให้คุณมีชีวิตรอดมาได้

    ถ้าอย่างนั้น เรามารู้จักกับ “ความปวด” ให้ลึกซึ้งขึ้นดีกว่าไหม

 

    เมื่ออยากรู้ ทีมงาน Never-Age.com จึงไปหาคำตอบที่งาน เสวนา
“เรียนรู้...สู้กับปวด – Let’s Stop the Pain” จัดโดยนิตยสารสุขภาพ
Health Today ร่วมกับ 2 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความปวดของเมืองไทยรศ.นพ.ประดิษฐ์ ปะทีปะวินิช นายกสมาคมเรื่องความปวดแห่งประเทศไทย แพทย์ประจำหน่วยระงับปวดและผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู จากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล และนพ.ภุชงค์ เหล่ารุจิสวัสดิ์ จากคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ S Medical Spa ถนนวิทยุ ทำให้รู้ว่า การรับมือจากความปวดนั้น ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

เรียนรู้ จากการจำแนกชนิด

    เมื่อจำแนกกลุ่มของอาการปวด ทำให้เรารู้ว่า ประเภทของการปวดที่สำคัญ มีอยู่ 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่

    1.การปวดเฉียบพลัน นพ.ภุชงค์บอกว่า เกิดจากสาเหตุการบาดเจ็บ โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ หรือปัญหาสรีระบางอย่าง ที่ทำให้ปวด เช่น ปวดศีรษะจากการไม่สบาย ปวดแขนขา เพราะวันนี้ใช้งานมาก ปวดกระบอกตาเพราะวันนี้จ้องหน้าคอมนานไปหน่อย เป็นต้น ซึ่งจะเป็นมากสุด อยู่ที่ราว ๆ 2-3 สัปดาห์ การรักษาสามารถรักษาได้ที่ต้นเหตุเลย หรืออาจจะรักษาในลักษณะ แบบผสมผสานหลายรูปแบบเพื่อการรักษาที่ได้ผลที่ดีที่สุด

 

    2.ปวดเรื้อรัง มักจะเห็นสาเหตุได้ไม่เด่นชัดนัก เพราะมีอาการต่อเนื่องยาวนาน บางครั้งมีหลายสาเหตุผสมกัน ทั้งที่เห็นชัด ซ่อนเร้น ซ่อนรูป ซ่อนกล หรือทับซ้อน 


    นพ.ประดิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปวดในลักษณะนี้ จะยาวนานกว่า 3 เดือน เริ่มต้นจากทางกาย แต่ต่อมา จะเกิดจากสาเหตุทางใจ สังคม และจิตวิญญาณ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เมื่อกายไม่หาย ใจเป็นทุกข์ตามมา ยิ่งทำให้เครียด และถ้ายิ่งลักษณะที่อยู่อาศัยไม่ได้มีการปรับเปลี่ยน ความรู้สึกในจิตของเรารู้สึกถึงความทรมานไม่หยุด ไม่ปล่อยวางทำใจ ก็ยากที่จะรักษาให้หายได้ 

    ดังนั้น การรักษาอาการปวดเรื้อรัง จำต้องตีโจทย์ในแตก ถึงสาเหตุ และ รักษาให้ถูกทางต่อไป โดยเฉพาะแนวคิดแบบเกมรุก คือ คิดใหม่ ทำใหม่ และการเลือกผู้รักษา จะทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

    3.ปวดมะเร็ง ฟังดูรุนแรง แต่ต้องยอมรับ หากใครเป็นแล้ว คงปฏิเสธความจริงข้อนี้ไม่ได้ นพ.ภุชงค์บอกว่า การรักษาที่ตัวต้นเหตุหรือมะเร็งนั้นคงยาก แต่สามารถรักษาอาการปวดตามอาการได้ และมีการรักษาเพื่อบรรเทาอาการปวดได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการรักษาด้วยยา หรือรังสีบำบัด คุณหมอเสริมต่อว่า การรักษาอาการปวดจากมะเร็งนั้น ไม่เพียงแค่รักษาอาการปวดทางกายอย่างเดียว แต่ต้องรักษาทางจิตใจด้วย เพื่อประคับประคองให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด

Mix & Match ลูกผสมในการรักษา

    อย่าลืมว่าอาการปวด หรือการเจ็บป่วยต่าง ๆ ไม่ได้มีผลกับร่างกายอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งไปถึงจิตใจของเราเองด้วย นพ.ประดิษฐ์ ได้แนะนำวิธีการรักษาในแบบ Mix & Match เอาไว้ ซึ่งเป็นการรักษา ระหว่างกาย ใจ สังคมและจิตวิญญาณ ซึ่งได้ผลดีกว่าการรักษาเพียงวิธีใดวิธีเดียว โดยเฉพาะ “การแพทย์ทางเลือก” ที่ปัจจุบันมีการนำมาผสมผสานกับการรักษาแผนปัจจุบัน ไม่เว้นแม้แต่ “คุณไสย” ซึ่งมีผลต่อจิตวิญญาณ ก็สามารถช่วยให้อาการปวดต่าง ๆ นั้นกลับดีวันดีคืนได้

    และส่วนสุดท้าย ที่ถือเป็นการรักษาอย่างหนึ่ง คือ “การทำใจ” ที่จะอยู่กับอาการปวดเหล่านั้น คุณหมอว่าไม่ใช่ให้เราเลือกปลงตกกับมัน แต่ให้ทำใจเพื่อยอมรับและอยู่ร่วมกับความปวดอย่างสันติ ซึ่งหากทำได้ จะช่วยบรรเทาจากอาการปวดได้มากเลยทีเดียว

    ที่บอกมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้น หากต้องการอยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติม สามารถหาซื้อหนังสือ เรียนรู้...สู้กับปวด ได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ราคา 160 บาท

    แล้วคุณจะรู้จักกับความปวด และสามารถรับมือกับมันได้ดียิ่งขึ้น

 


เรียบเรียงโดย Never-Age.com



และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

http://www.facebook.com/neverage.fan 

และ Twitter 

twitter.com/Never_Age

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.