Top
"10 สิ่งต้องทำ ช่วยยืดอายุความหนุ่ม"
   25 พ.ค. 2560 11:02 น.       เปิดอ่าน 282       แสดงความคิดเห็น   

 

‘สังขารไม่เที่ยง’ เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะรู้ซึ่งถึงสิ่งเหล่านี้ดี หากแต่ว่าในปัจจุบันเรากลับเห็นคนบางคนที่วงจรชีวิตเหมือนตรงกันข้าม ยิ่งเลขอายุขยับขึ้นกลับแลดูสง่า กระชับกระเชง สมาร์ทงานดีในภาษาผู้สาวอย่างปฏิเสธไม่ได้ วันนี้เราจึงหยิบนำทริคของชายผู้ยิ่งใหญ่อีกหนึ่งคนของโลกที่ครองสิ่งเหล่านั้นในเวลานี้ “บิลล์ ฟิลิปส์” บรรณาธิการบริหารของนิตยสารสุขภาพผู้ชายระดับโลก Men's Health และเจ้าของหนังสือ The Better Man Project

 

1.ผลไม้หลากสีต้องประทานทุกวัน
        เนื่องจากผลไม้เต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุนานัปการอย่างที่เรารู้ๆ กันดีอยู่แล้ว ซึ่งจากการศึกษาวิจัยมากมายพบว่าในผลไม้แต่ละสีจะมีปริมาณและชนิดของไฟโตนิวเทรียนท์ที่มีประโยชน์ต่างกันไป ดังนั้นการที่จะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลายจะช่วยให้ร่างกายต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัยและความเสื่อมของร่างกาย นอกจากนี้ยังกระตุ้นภูมิคุ้มกันและช่วยป้องกันการติดเชื้อและการเกิดโรคต่างๆ ได้มากมาย ในแต่ละวันจึงควรทานผลไม้หลากสีให้ได้ในปริมาณ 250-500 กรัมต่อวัน 
       
2.เสริมแกร่งด้วยแอ๊ปเปิ้ลและกล้วยวันละ 2 ผล
        นอกจากการรับประทานผลไม้หลากสีแล้ว แอปเปิ้ลกับกล้วยยังเป็นอีกสองผลไม้ที่ขาดไม่ได้ เนื่องจากมีสรรพคุณที่ล้นเหลือโดยแอปเปิ้ลจัดเป็นผลไม้สารสีแดงที่มี ไลโคปีน (Cycopene) และ เบตาไซซีน (Betacycin) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ อันจะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งตามอวัยวะต่างๆในร่างกายและยังมีประโยชน์ช่วยในเรื่องผิวพรรณ ลดการเกิดสิวและทำให้รอยแผลเป็นจางลงได้อีกด้วย ส่วนสารสีเหลืองในผลไม้จะมีสารที่ชื่อว่า ลูทีน (Lutein) มีประโยชน์โดยตรงกับดวงตา ช่วยป้องกันและชะลอความเสื่อมของจอประสาทตา

 

3.กินปลาทุกสัปดาห์
        ดื่มน้ำเป็นยา ทานปลาเป็นหลัก ไม่ใช่แค่คาถาโบราณเพราะในความเป็นทั้งจากงานวิจัยและผลสำรวจอย่างชาวโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น หมู่บ้านที่คนอายุ 100 ปี มากที่สุดในโลก เนื่องจากปลาเต็มไปด้วยจึงมีแนวโน้มก่อให้เกิดผลดีในการลดอันตรายของโรคทางเดินกรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นหนึ่งในกรดไขมันจำเป็น (Essential Fatty acid) ที่ร่างกายมนุษย์ขาดไม่ได้ มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างและการทำงานของสมอง ตับ และระบบประสาทเกี่ยวกับการพัฒนาเรียนรู้ รวมทั้งเกี่ยวกับเรตินาในการมองเห็น นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อโภชนาการและสุขภาพของคนเรา เช่น ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล และไตรเอธิลกลีเซอรอล (triethylglycerol) ในพลาสมา ควบคุมระดับไลโปโปรตีน (lipoprotien) และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบและหน้าที่ของเกล็ดเลือดหายใจ โรคไขมันในเส้นเลือด โรคหัวใจและโรคซึมเศร้า
       
4.ลดอาหารมัน เนื้อสัตว์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
        เพราะเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงและย่อยสลายยาก โปรตีนจากพวก เนื้อสัตว์ ที่ย่อยยาก ถ้ากินมากไป ปัญหาระยะสั้นเรื่องของระบบย่อยอาหาร แน่นท้อง ท้องอืด ถ่ายยาก นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องระบบของไต การย่อยโปรตีนจะมีสารที่เกิดขึ้นมาจากกระบวนการนั้น ก็จะต้องถูกกำจัดออกไปทางระบบขับถ่ายของเสีย ก็ทำให้ไตเราทำงานหนักขึ้นได้ ถ้ากินมากเกินไป ส่วนแอลกอฮอล์อย่างที่รู้ๆ ว่าส่งผลต่อระบบประสาทและสมอง รวมถึงระบบทางเดินอาหารและตับ ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญสร้างภูมิคุ้มกัน ทำลายของเสียออกจากร่างกาย ให้เกิดการสะสมทำให้ร่างกายเราสมดุลนั้นเอง
       
5.อย่างดอาหารเช้า
        แม้ว่าจะอยู่ในช่วงลดน้ำหนักก็ตามที เพราะว่าการรับประทานอาหารเช้ามีส่วนเพิ่มประสิทธิการทำงาน ทำให้ระบบความจำ ทักษะการเรียนรู้ และอารมณ์ดีขึ้นด้วย เมื่อไม่เครียดก็ไม่เป็นบ่อเกิดของโรคและความชรา ที่สำคัญทำให้ร่างกายมีพลังในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างดี

 

6.ทำกิจกรรมอาสาสมัครบ้างในชีวิต
        นอกจากเป็นการได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ ให้กับชีวิต การทำกิจกรรมอาสาสมัครยังทำให้เราได้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าในบางสิ่งบางอย่าง รวมไปถึงการได้พบปะผู้คนที่คิดมองในมุมบวก ซึ่งจะช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับเรานำมาใช้พัฒนาในชีวิตได้อย่างดีเยี่ยม

 

7.พยายามให้ชีวิตคู่มีความสุข
        เพราะการมีคู่ชีวิตเท่ากับการมีคนคอยให้กำลังใจ ช่วยประคับประคองในวันที่เลวร้าย ทำให้ผ่านพ้นปัญหาได้ดีกว่าคนโสดที่อาจไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร ซึ่งถ้ามีเราก็ต่างคาดหวังการมีชีวิตครอบครัวที่เพียบพร้อม โดยเฉพาะคุณผู้ชาย และคนที่มีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข ก็จะกินดีอยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าคนโสด และยังเป็นเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากกันได้ในทุกสถานการณ์ ดังนั้นควรจะใช้ชีวิตคู่ให้มีความสุข เพราะความรู้สึกโดดเดี่ยวอาจเป็นเหตุผลของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้นั่นเอง

 

8.ขยันทำงานขึ้นอีกนิด
        ให้อยู่ในเกณฑ์แห่งความพอดีไม่มากเกินไป การขยันทำงานขึ้นอีกนิดนอกจากจะทำให้ร่างกายเราได้ใช้งานอยู่อย่างสม่ำเสมอ ความภาคภูมิในความสำเร็จซึ่งรวมไปถึงฐานะที่ดีขึ้น นอกจากทำให้เรามีความสุขใจ ยังก่อให้เกิดความมั่นใจและร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วยเนื่องจากร่างกายได้พัฒนาฝึกฝนตลอดเวลา

 

9.คลายเครียดด้วยการออกกำลังกาย
        เมื่อไม่เครียดก็ไม่ป่วยไข้เป็นโรค ทั้งยังได้สุขภาพที่แข็งแรง ร่างกายได้หลั่งสารแห่งความสุขในสมองหลั่งออกมามากขึ้น แต่ทั้งนี้ควรออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมงครึ่ง หากเป็นการออกกำลังกายที่ต้องออกแรงในระดับปานกลาง และ 1 ชั่วโมง 15 นาทีหากเป็นการออกกำลังกายที่ต้องออกแรงในระดับเข้มข้น
       
10.กินเบอร์รี่ก่อนนอน
        เจ้าแห่งการต้านอนุมูลอิสระตัวบ่อนทำลายความเยาว์วัย มีสรรพคุณช่วยให้สมองเสื่อมช้าลง 2.5 ปี ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ช่วยการทำงานของสมอง รวมทั้งกระตุ้นกระบวนการกำจัดสารพิษในสมองให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค เช่นโรคมะเร็ง ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดความดันโลหิต นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงสมองและความจำ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง

 

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่
 

และ IG : http://instagram.com/neveragedotcom

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.