Top
"โปรแกรมเปลี่ยนตัวเองใน 12 เดือน"
   31 พ.ค. 2560 13:29 น.       เปิดอ่าน 268       แสดงความคิดเห็น   

 

โปรแกรมเปลี่ยนตัวเองใน 12 เดือน คอนเฟิร์มทำได้จริง

 

พบโปรแกรมเปลี่ยนแปลงตัวเองใน 12 เดือนซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัว ทำได้จริง แถมยังรับประกันผลลัพธ์ว่าชีวิตคุณจะดีขึ้นตลอดกาล


January
อย่าเพิ่งแปรงฟันหลังกินข้าว
 เพราะการแปรงฟันหลังกินอาหารที่มีกรดอย่างผลไม้หรือน้ำผลไม้ทันที เป็นการทำลายสารเคลือบฟัน ส่งผลให้สีฟันเปลี่ยนสีหรือผุกร่อนได้ง่าย เปลี่ยนมาเป็นบ้วนน้ำเปล่าแล้วรอสัก 40 นาทีเพื่อให้แคลเซียมในน้ำลายจัดการส่วนที่อ่อนแอก่อน

February
เปลี่ยนท่านอน
 เมื่อการนอนท่าปลาดาว (นอนแผ่หลาแขนขากางออก) ช่วยแก้อาการนอนกรนและผู้ที่หายใจติดขัดขณะนอนหลับ ส่วนท่านอนคว่ำหน้าช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร นอนตะแคงตัวตรงดีต่ออาการปวดหลัง แต่ถ้าใครชอบนอนตะแคงขดตัวควรเปลี่ยนมานอนตะแคงขวา เพราะนอนตะแคงซ้ายกดทับการทำงานของตับ กระเพาะอาหารและปอด   

March
รู้อัตราการเต้นของหัวใจ เมื่ออัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจช่วยให้การเวิร์กเอ๊าต์มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะการฝึกแบบ High-intensity Training สูตรการคิดคือเอา 211 – (อายุ x 0.64) อันนี้เป็นสูตรใหม่ที่นักวิทยาศาสตร์ชาวนอร์เวย์บอกว่าแม่นยำกว่าเดิม  

April
ฝึกคลายเครียดภายใน 2 นาที
 เทคนิคอยู่ที่การหายใจ 4-7-8 เริ่มจากปิดปากหายใจเข้าผ่านจมูกลึกๆ 4 จังหวะ ก่อนค้างไว้ 7 จังหวะ พอถึงจังหวะที่ 8 ค่อยผ่อนลมออก ทำ 3 ครั้ง วิธีนี้แนะนำโดยคุณหมอแอนดรูว์ เวล ผู้ก่อตั้ง Arizona Center for Integrative Medicine

May
ชาร์จมือถือนอกห้องนอน
 ให้ห้องนอนเป็นสถานที่ปลอดอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด ทิ้งมือถือ แท็บเล็ต และโน้ตบุ๊ก ปิดระบบแจ้งเตือนอีเมลและวางที่ชาร์จไว้นอกห้องตั้งแต่สามทุ่ม หลังมีผลการศึกษาของ University of Florida พบว่าคนที่ใช้มือถือทำงานหลังสามทุ่มจะตื่นนอนแบบไม่ฟิน
 
June 
ไม่แตะบุหรี่เด็ดขาด อย่าใช้คำว่า ‘Social Smoker’ หรือดูดเฉพาะเวลาดื่มหรือเจอเพื่อน เพราะการดูดบุหรี่แม้สัปดาห์ละ 2-3 มวนส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและโลหิตไม่ต่างจากคนที่ดูดบุหรี่เป็นประจำ ข้อนี้ได้มาจากวารสาร Circulation ดังนั้นเลิกคือเลิก อย่าอ้างเพื่อน

July
ไม่ดื่มน้ำอัดลม แน่ชัดแล้วว่ากาแฟดำส่งผลดีต่อสุขภาพโดยเฉพาะเมื่อคุณดื่มวันละ 1-2 แก้ว แต่สำหรับน้ำอัดลมไม่ว่าจะสูตรปกติหรือไดเอตล้วนไม่เป็นมิตรต่อร่างกาย เพราะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจถึง 43 เปอร์เซ็นต์ แถมยังรอบเอวขยาย

August 
หัดทำตัวกว้างขวาง เพราะการคบหาสมาคมส่งผลดีต่อสมอง ช่วยเรื่องการตัดสินใจและลงมือกระทำ จากผลการศึกษาของ Oxford University พบว่าคนที่มีเพื่อนจำนวนมากใช้งานสมองหลายซีกและบ่อยครั้งกว่า ทำให้สมองท้าทายอยู่เสมอ ในขณะที่ 64 เปอร์เซ็นต์ของคนโดดเดี่ยวมีแนวโน้มที่จะสมองเสื่อม  

September 
หมั่นใช้ GPS หลัง University College London พบว่าคนขับแท็กซี่ในกรุงลอนดอนที่ใช้งาน GPS รับ-ส่งผู้โดยสารเป็นประจำได้รับการพัฒนาสมองส่วนความจำ นอกจากนี้ยังพบอีกว่าภารกิจใดๆ ก็ตามที่ท้าทายการทำงานของสมองจะช่วยเรื่องความจำได้ดี   

October
งีบ 20 นาทีเมื่อมีโอกาส การงีบหลับเพียงเท่านี้จะช่วยให้สมองตื่นตัว กระปรี้กระเปร่าและทำงานได้ดีขึ้น ดังนั้นแทนที่จะดื่มกาแฟยามบ่ายให้เปลี่ยนไปแอบงีบในห้องน้ำหรือบนรถดีกว่า  

November 
เลิกทำสิ่งจำเจ เมื่อสมองตอบสนองต่อการทำงานเหมือนกล้ามเนื้อ การทำกิจกรรมแปลกใหม่จึงช่วยให้สมองพัฒนาได้ดีกว่า หลัง Mind Research Network ลองสอนคนเล่นเกมตัวต่อ ผลปรากฏว่าสมองเติบโตทำงานดีมาก แต่หลังจากที่เริ่มคุ้นชินทุกอย่างก็หยุดนิ่ง ดังนั้นคุณจึงควรเปลี่ยนโปรแกรมเวิร์กเอ๊าต์หรือหางานอดิเรกใหม่ทำทุกๆ 3 สัปดาห์

December 
เลิกจัดหนักเฉพาะคืนวันศุกร์ หลังมีผลการสำรวจของ University of Texas พบว่าชายวัยกลางคนที่ดื่มจัดหนักช่วงวีคเอนด์มีแนวโน้มที่จะตายเร็วสองเท่าเมื่อเทียบกับคนที่ดื่มแต่พอเหมาะในระหว่างสัปดาห์ เพราะนานๆ ดื่มทีก็จริงแต่เล่น 4-5 แก้วภายใน 2 ชั่วโมงมันก็เกินไปนะ 


 92% ของ New Year’s Resolution มักทำไม่สำเร็จ เพราะการบอกตัวเองว่าจะลดไขมันหรือเก็บเงินน่ะมันง่าย สิ่งที่ยากคือการกระทำจริง ดังนั้นจงวางแผนที่จะทำ ไม่ใช่แค่คิดแล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ก


ที่มา ผลการวิจัยของ University of Scranton

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

และ IG : http://instagram.com/neveragedotcom

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.