Top
"ตับฟื้นฟูได้ แค่พักตับ ครบพรรษา 3 เดือน"
   2 ส.ค. 2560 16:10 น.       เปิดอ่าน 265       แสดงความคิดเห็น   

 

“ตับฟื้นฟูได้” พูดไปหลายคนอาจไม่เชื่อแต่นี่คือความจริง!ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดื่มเหล้าเป็นประจำด้วยแล้ว คุณจะต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่า คุณพักดื่มสุราแค่ 3 เดือน ตับของคุณจะได้รับการฟื้นฟูอย่างน่าอัศจรรย์!

รู้ไหมว่า ตับเป็นอวัยวะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของร่างกาย
       รู้ไหมว่า หน้าที่ของตับนั้นสำคัญอย่างที่คุณอาจคาดไม่ถึง เพราะทั้งประกอบ กำจัด และรีไซเคิลสารต่างๆ ในร่างกาย
       ไม่มีตับ ชีวิตดับได้
       และรู้ไหมว่า ตับนั้นเหมือนสิ่งวิเศษมหัศจรรย์ที่สามารถรักษาฟื้นฟูตัวเองได้ ถ้าเพียงแต่คุณไม่ไปทำร้ายมัน ด้วยการส่งสารพิษเข้าไป
       โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดื่มแอลกอฮอล์
       
       เมื่อเหล้าเข้าปาก แอลกอฮอล์ส่วนใหญ่จะถูกนำไปทำลายที่ตับ ส่งผลให้ตับทำงานหนัก ยิ่งดื่มนานดื่มหนักมากเท่าไร ตับจะยิ่งถูกทำลายมากไปเท่านั้น และก่อให้เกิดโรค ทั้งไขมันพอกตับ ตับอักเสบ และที่หนักสุดอาจถึงขั้นเสียชีวิต ก็คือมะเร็งตับ และตับแข็ง
       อย่างไรก็ดี นับเป็นโชคดีที่ตับมีความมหัศจรรย์ในการฟื้นฟูตัวเองได้ ดังนั้น หากพรรษานี้ คุณงดเหล้าได้ ก็เท่ากับเป็นการต่ออายุให้แก่ตับอย่างมากมาย

 

ถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า “งดเหล้า เข้าพรรษา” แค่ 3 เดือน จะช่วยฟื้นฟูตับได้จริงหรือ?
       คำตอบก็คือ ได้ และดีด้วย
       
       จากการเก็บตัวอย่างมาแล้วนับพันราย “นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลน่าน” พบว่า ตับจะดีขึ้นจนเห็นผลชัดเจนคือ ในเวลา 3 เดือน
       
       ถ้าเคยดื่มมาไม่หนักหรือยาวนานมากนัก ตับสามารถกลับไปอยู่ในจุดที่สมบูรณ์เต็มร้อยได้ไม่ยาก ส่วนในกรณีที่ดื่มมาค่อนข้างหนักมานาน ตับอาจจะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวเองมากกว่าสามเดือนหรือกินเวลาเป็นปี และในกรณีที่ตับถูกทำลายถึงขั้นรุนแรงแล้วนั้น แม้ว่าตับจะไม่สามารถฟื้นกลับไปอยู่ในสภาพเดิมได้ แต่หมอก็ยังแนะนำว่าต้องงดการดื่ม เพื่อให้ตับที่เหลืออยู่ได้ทำหน้าที่ได้โดยไม่ถูกทำให้เสียหายไปมากกว่าเดิม

 

พูดไปอาจไม่เห็นภาพ เราจะพาไปดูตัวอย่างที่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีเมื่อเลิกดื่มสุรา
       ที่จังหวัดน่าน “นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์” ได้นำทีมสำรวจข้อมูลประชาชน พบว่า ผู้ชายวัยทำงานที่มีสุขภาพปกติ แต่กลับมีเอนไซม์ตับผิดปกติมากกว่าผู้หญิงถึง 7 เท่า โดยเฉพาะช่วงอายุ 40 - 60 ปี จะมีสถิติการเสียชีวิตสูงมากกว่าผู้หญิงถึง 2 เท่า
       
       “คนมักสงสัยว่า ดื่มมาตั้งนานไม่เห็นเป็นอะไร” นพ.พงศ์เทพ กล่าวว่า
       “ตับเป็นอวัยวะสำคัญชิ้นเดียวของร่างกาย จึงสร้างกำลังสำรองไว้ให้ถึง 3 เท่า ที่แม้จะถูกทำลายเกินครึ่งแล้ว แต่คนเรายังใช้ชีวิตอยู่ได้ เช่นเดียวกันกับ “ปอด และ “ไต” ที่เสียไปข้างหนึ่ง หรือตับเหลือครึ่งเดียว เราก็ยังใช้ชีวิตอยู่ได้ จนกว่าจะต่ำกว่า 1 / 3 ถึงจะเริ่มมีอาการ จนกว่าจะเหลือต่ำกว่า 1 / 4 จึงจะเป็นอันตรายถึงชีวิต
       “การดื่มสุรา จึงเท่ากับทำลายกำลังสำรองของเราไปเรื่อยๆ ยิ่งทำลายเซลตับมาก ค่าเอนไซม์ก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ตับค่อยๆ เสียไปเหมือนลวดสลิงที่เขาพันกันไว้แน่นหนาเป็นสิบยี่สิบเส้น เวลาขาดมันค่อยๆ ทยอยขาดทีละเส้น ถามว่ายังขึงอยู่ได้ไหม ได้ แต่อย่าลืมว่าเส้นที่เหลือมันต้องรับหน้าที่แทนเส้นที่ขาดไปด้วย ตับของเราก็เป็นเช่นนั้น เช่นถ้าทำลายตับไป 50 % อีก 50 % ที่เหลือก็ต้องทำงานแทน แถมรับภาระหนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว”
       
       นพ.พงศ์เทพ กล่าวยืนยันอีกว่า มีเคสคนที่งดเหล้าได้ 3 เดือน เมื่อตรวจแล้วพบว่า ค่าเอนไซม์กลับมาเป็นปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและเกิดขึ้นกับคนจำนวนมากที่ทางโครงการได้เฝ้าระวังติดตามผลต่อเนื่องมาตลอดสองปีที่ผ่านมา ตัวอย่างคนไข้ชาย อายุ 43 ปี
       เขามาพบหมอด้วยอาการไขมันในเลือดสูงมาก คือเกือบจะเป็นเบาหวานอยู่แล้ว และเมื่อซักประวัติ ก็พบว่าคนไข้รายนี้เป็นคนที่ดื่มบ่อยและดื่มมาก ส่งผลให้ตับทำงานได้ไม่เต็มที่ หมอจึงแนะนำให้เลิกเหล้าอย่างน้อย 3 เดือน

เพียงเท่านั้นก็เห็นผล!! เพราะพอกลับมาตรวจอีกครั้ง พบว่า ค่าไขมันลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ จากแต่เดิมสูงถึง 603 ลดลงเหลือเพียงแค่สองร้อยกว่าๆ แถมสุขภาพโดยรวมก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผิวพรรณหน้าตาสดใสผิดไปจากเมื่อก่อนจนคนทักว่าไปทำอะไรมา เขาก็บอกไปตามตรงว่า เลิกเหล้าสามเดือน
       “ตอนนี้ไปดูสิ ใครก็ทักว่ากลายเป็นคนละคน หน้าตาสดใสขึ้น ไปทำงานก็ไม่เหนื่อยง่ายเหมือนเมื่อก่อน คนในหมู่บ้านเห็นว่าเลิกเหล้าแล้ว ก็มาเรียกไปรับงานมากขึ้น ทำให้มีรายได้เพิ่ม ความสุขในครอบครัวก็เพิ่มตาม ทุกวันนี้แกยังไปบอกเพื่อนฝูงที่เคยกินเหล้าวงเดียวกันว่า จะไม่กลับไปกินเหล้าอีกแล้ว” นพ.พงศ์เทพ เล่า
       
       มิใช่แค่เพียงผู้สูงวัย เพราะวัยรุ่นวัยเรียนเอง ก็พากันสุขภาพดีถ้วนหน้าจากการเลิกเหล้า ดังตัวอย่างซึ่ง นพ.พงศ์เทพ ได้เก็บข้อมูลจากนักศึกษาอาชีวะแห่งหนึ่ง จำนวนกว่า 2,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยระหว่าง 15 - 18 ปี แต่ตรวจแล้วพบว่ามีความผิดปกติในค่าเอนไซม์ตับ บางคนมีค่าความดันสูง ค่าไขมันสูง ราวกับคนอายุ 40 หรือ 50 ปีเลยก็ว่าได้

  สาเหตุหลักๆ ที่นำมาซึ่งอาการน่าเป็นห่วงเช่นนั้น ก็เพราะพฤติกรรมการสังสรรค์ ดื่มสุรากับเพื่อนฝูงเป็นประจำ คุณหมอจึงแนะนำเชิงให้สติว่า คนเราก็เหมือนโทรศัพท์มือถือที่เราใช้ เวลาไปไหน เรายังต้องมีพาวเวอร์แบงค์สำรองติดตัวไว้ เผื่อใช้เวลาแบตเตอรี่หมด เราก็หยิบพาวเวอร์แบงค์นี้ขึ้นมาชาร์ต แต่ร่างกายให้พาวเวอร์แบงค์สำรองไว้ที่ตับในจำนวนจำกัด วันนี้คุณมีตับดีๆ มีพาวเวอร์แบงค์สำรองของตับดีๆ แต่คุณเร่งใช้เผาผลาญมันหมดไปโดยการดื่ม อะไรจะเกิดขึ้น
       
       “คนที่กินเหล้าตั้งแต่อายุยังน้อย ทำลายตับของตัวเองตั้งแต่ยังวัยรุ่นอยู่ คุณคาดหวังว่าจะไปเลิกเหล้ากันตอนแก่ เดี๋ยวโตไปก็คิดได้เอง แต่ถามว่าตอนนั้น พลังสำรองของตับยังมีเหลือให้หยิบมาใช้ได้แค่ไหน แล้วคุณจะมีชีวิตที่เป็นทุกข์ขนาดไหน” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

เป็นที่น่าดีใจว่า เมื่อได้รับฟังดังนั้นแล้ว วัยรุ่นหลายคนยอมรับฟัง และลุกขึ้นมาประกาศกลางวงเหล้าว่าจะไม่กลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์นั้นอีกแล้ว และเมื่อเด็กลุ่มนี้ได้เลิกเหล้าและเข้าร่วมโครงการพักตับ พอรับการตรวจอีกครั้ง พบว่าค่าเอนไซม์ตับลดลงอย่างน่าดีใจ บางคนลดจาก 90 เหลือ 30 ก็มี
       
       ได้ยินได้ฟังอย่างนี้แล้ว คุณล่ะ รู้สึกอย่างไรบ้าง?
       ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะเลิกดื่มสุราอย่างถาวร เพื่อสุขภาพตับที่ดีขึ้น ซึ่งสุดท้ายก็หมายถึงสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้น

 

เข้าพรรษานี้ พักตับ พักดื่ม ให้ตับฟื้นฟูปรึกษาเรื่องพักดื่มได้ที่ โทร. 1413
http://www.stopdrink.com/

 

 

ที่มา ผู้จัดการ Online

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

และ IG : http://instagram.com/neveragedotcom

 

      

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.