Top
"สักเพื่อความสวยงาม ปลอดภัยแค่ไหน"
   2 ต.ค. 2560 23:36 น.       เปิดอ่าน 556       แสดงความคิดเห็น   

 

สักเพื่อความสวยงาม ปลอดภัยแค่ไหน?

การสักคิ้ว สักขอบตา สักริมฝีปาก หรือแม้แต่สักแก้มชมพู ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมกันอยู่ในปัจจุบันนั้น คือการใช้เข็มนำพาเม็ดสีต่างๆลงไปที่ชั้นหนังแท้ เพื่อให้เกิดสีสันและรูปร่างตามที่ต้องการ การสัก เป็นกรรมวิธีเสริมความงามที่มีมาตั้งแต่สามพันกว่าปีก่อนคริสต์กาล และยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

ในทางการแพทย์แล้ว การสัก มีความเสี่ยงที่ต้องระวังหลายประการ หนึ่งคือ การติดเชื้อจากขั้นตอนการสัก ซึ่งหากเลือกสถานที่สักที่ได้มาตรฐาน มีการดูแลเครื่องมือที่ใช้ และมีขั้นตอนการสักที่ปราศจากเชื้อ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในจุดนี้ไปได้

ความเสี่ยงที่สองคือ การแพ้เม็ดสีที่ใช้สัก รวมถึงการเกิดปฏิกริยาต่อต้านเช่น แกรนูโลม่า คือ ขึ้นเป็นตุ่มนูนตามบริเวณรอยสัก ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่พบไม่บ่อย แต่มีโอกาสเกิดได้ และบอกได้เลยว่ารักษาได้ไม่ง่ายนัก

ความเสี่ยงที่สาม คือ การเกิดแผลเป็นนูน หรือ คีลอยด์ ตามแนวรอยสัก ซึ่งการเกิดคีลอยด์ง่ายหรือยากนั้น ขึ้นกับพันธุกรรมของแต่ละคน และยังไม่มีวิธีที่จะป้องกันได้100%

ความเสี่ยงต่อมาคือ หากผู้ที่มีรอยสัก จำเป็นต้องทำการตรวจร่างกายด้วยเครื่อง MRI เม็ดสีบางประเภทอาจทำปฏิกริยากับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ส่งผลให้บริเวณที่สักบวม แดง หรือไหม้ได้ทันที

นอกจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแล้ว แสงเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาปัญหาผิวหน้า ก็อาจทำปฏิกริยากับเม็ดสีที่สักมาเช่นกัน โดยเฉพาะการสักแก้มให้ชมพู หากเผลอไปทำเลเซอร์ในบริเวณแก้ม อาจส่งผลให้เกิดรอยดำถาวรได้

สรุปแล้ว การสักเป็นศิลปะบนเรือนร่างที่มีความเสี่ยง ก่อนจะตัดสินใจสัก ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ชั่งน้ำหนักถึงข้อดีและข้อเสียก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะ "เจ็บปวด..แต่งดงาม" ดีหรือไม่

พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (หมอผิง) 
Twitter, Instagram : @thidakarn

ที่มา Pleasehealth Books

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

และ IG : http://instagram.com/neveragedotcom

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.