Top
"Detox รักแร้"
   24 ต.ค. 2560 11:15 น.       เปิดอ่าน 813       แสดงความคิดเห็น   

 

หนึ่งในคำที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนกันอยู่มาก ระหว่างตำราแพทย์ กับข้อมูลที่ปรากฏในสื่อโดยทั่วไป คือคำว่า ดีท็อกซ์

ในทางการการแพทย์แล้ว Detoxification คือกระบวนการกำจัดสารพิษที่เกิดขึ้นในตับ ซึ่งเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องมีตัวช่วย ดีท็อกซ์ ยังรวมไปถึงกระบวนการที่ใช้รักษาผู้ติดยาเสพติดที่เข้ารับการบำบัด ไม่ว่าจะเป็นติดสุรา ติดโคเคน หรือติดสารเสพติดอื่นๆ เป็นการประคับประคองให้ผู้ป่วยที่ติดสารเสพติดผ่านพ้นช่วงที่ร่างกายโหยหายา

แต่ดีท็อกซ์ในความเข้าใจของคนทั่วไป มีความหลากหลายในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารเสริมบางอย่าง เพื่อไปดีท็อกซ์สารพิษที่ตับ หรือการเข้าคอร์สจำกัดการรับประทานอาหารบางอย่าง รวมไปถึงการสวนล้างลำไส้ ซึ่งวิธีการดีท็อกซ์เหล่านี้ ล้วนไม่มีอยู่ในตำราแพทย์ และยังไม่มีงานวิจัยสนับสนุนอย่างเพียงพอที่จะเชื่อได้

และก็มาถึงเทรนด์ล่าสุดในต่างประเทศ คือการดีท็อกซ์รักแร้! ด้วยสมมติฐานความเชื่อที่ว่า การใช้โรลออนหรือสเปรย์ระงับกลิ่นกายต่างๆบริเวณรักแร้ทุกวันนั้น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม จึงควรต้องหยุดใช้ และตามมาด้วยสูตรมาสก์รักแร้หลากหลายรูปแบบ นัยว่าเพื่อขับสารพิษที่สะสมในรักแร้ออกมา จะช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง ผิวที่รักแร้จะเนียนงาม แถมท้ายที่กลิ่นเต่าหอมขึ้นอีกด้วย!

เรามาไล่ดูหลักฐานกันทีละประเด็นนะคะ เริ่มจากความเกี่ยวข้องระหว่างการใช้โรลออนกับมะเร็งเต้านม จากการศึกษาทางระบาดวิทยาในผู้หญิงราว 1,600 คนพบว่า การใช้โรลออนไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมแต่อย่างใด

สารเคมีในโรลออนที่หลายคนมีความกังวล คือสารในกลุ่มพาราเบน (Parabens) ซึ่งงานวิจัยในหลอดทดลองพบว่าสารพาราเบนนี้สามารถเกาะกับตัวรับสัญญาณฮอร์โมนเพศหญิงได้ จึงอาจส่งผลเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งของอวัยวะที่ไวต่อฮอร์โมนอย่างเต้านมได้ แต่ในปัจจุบัน โรลออนและสเปรย์ระงับกลิ่นกายหลายแบรนด์ ได้ตัดสารกันเสียกลุ่มพาราเบนออกจากสูตร รวมไปถึงเครื่องสำอาง ครีมบำรุง และผลิตภัณฑ์อีกหลายประเภท ที่ปรับสูตรให้ปราศจากพาราเบน และมักจะระบุ ‘paraben-free’ ที่ฉลาก เพื่อให้ผู้บริโภคสบายใจขึ้น

ผู้ต้องสงสัยอีกหนึ่งที่มีการศึกษากันมาก คือเกลืออะลูมิเนี่ยม ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการระงับเหงื่อ และอยู่ในโรลออนหลากหลายแบรนด์ มีงานวิจัยในหลอดทดลองที่พบว่าเกลืออะลูมิเนี่ยมอาจส่งผลให้เซลล์เต้านม (Breast epithelial cells)แปรเปลี่ยนเป็นมะเร็งได้ง่ายขึ้น แต่ยังไม่มีการศึกษาในคนที่มีกลุ่มตัวอย่างมากพอที่จะสรุปฟันธงได้ในประเด็นนี้
จากหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า การใช้โรลออนหรือสเปรย์ระงับกลิ่นเหงื่อต่างๆก่อให้เกิดมะเร็ง แต่มีงานวิจัยอยู่บ้าง ถึงความสัมพันธ์ระหว่างสารสำคัญบางตัวที่อยู่ในโรลออนกับการเกิดมะเร็ง ดังนั้น ในคนที่ใช้โรลออนเป็นประจำ แนะนำให้ตรวจสอบส่วนประกอบบนฉลาก เลี่ยงที่มีสารในกลุ่ม Parabens และ Aluminium salt

ส่วนกลิ่นเต่านั้น ไม่ได้เกิดจากเหงื่อโดยตรง แต่เกิดจากแบคทีเรียบริเวณผิวที่สะสมเพิ่มปริมาณมากขึ้นและผลิตก๊าซที่ส่งกลิ่นตุๆออกมา การป้องกันกลิ่นเต่า จึงควรเน้นไปที่การทำความสะอาด ลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียที่ผิว มากกว่าการตะบี้ตะบั้นทาโรลออน เพื่อลดเหงื่อและกลบเกลื่อนกลิ่น


สรุปได้ว่า ดีท็อกซ์รักแร้ ยังคงเป็นแค่เทรนด์สนุกๆ พวกเรายังไม่ไปถึงจุดที่ต้องกำจัดสารพิษกันทุกตารางนิ้วในร่างกายค่ะ

 

พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (หมอผิง)
Twitter, Instagram: @thidakarn

ที่มา Pleasehealth Books

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

และ IG : http://instagram.com/neveragedotcom

 

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.