Top
"เทรนด์สุขภาพที่น่าจับตามองในปี 2018"
   15 ธ.ค. 2560 14:47 น.       เปิดอ่าน 1447       แสดงความคิดเห็น   

เทรนด์สุขภาพที่น่าจับตามองในปี 2018

 

1. Gamification ของคลาสออกกำลัง พวกเราต้องยอมรับกันตามตรงค่ะ ไม่ว่าจะชอบออกกำลังแค่ไหน แต่ในบางจังหวะ พวกเราก็ต้องการความแปลกใหม่จากการออกกำลังกาย โดยเฉพาะคนที่วิ่ง ยกน้ำหนัก โยคะ พิลาทิส ต่อยมวย โหนผ้า ทำทุกอย่างมาจะหมดแล้ว สเต็ปต่อไปที่จะท้าทายให้ลองคืออะไร? เทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจคือ การออกกำลังกายแบบกลุ่ม ที่มีการตั้งกฏกติกาต่างๆเข้ามา เพื่อให้เกิดเป็นเกมที่เร้าใจ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกันด้วยสปีด ด้วยกำลัง หรือความอึด เพื่อเก็บคะแนนและเอาชนะทีมคู่แข่ง ชวนให้การออกกำลังสนุกขึ้น เป็นการออกกำลังที่ได้บริหารแบบ total body workout ได้ทั้งเหงื่อ ความสนุก และเพื่อนใหม่ไปพร้อมๆกัน คงต้องรอดูกันค่ะว่า เทรนด์นี้จะมาถึงเมืองไทยเมื่อไร

2. HIIT สำหรับคนที่เวลาน้อย ต้องการผลลัพธ์มาก HIIT (High intensity interval training) ยังคงเป็นเทรนด์ที่น่าจับตามอง เพราะใช้เวลาไม่มาก แต่เบิร์นแคลอรี่ได้ถึงใจ หลักการง่ายๆคือ การออกกำลังแบบหนักสลับเบา เช่น วิ่งในสปีดที่เหนื่อยจัดๆ สลับกับสปีดเบาๆชิล โดยอัตราส่วน ออกหนัก:ออกเบา นั้น ให้เริ่มต้นจาก 1:1 ก่อน เช่น ออกหนัก 1 นาที สลับออกเบา 1 นาที เมื่อร่างกายฟิตขึ้นแล้ว ค่อยขยับเพิ่มเวลาในการออกหนัก และลดเวลาในการออกเบา จนกลายเป็นอัตราส่วน 2:1 ในคนที่อายุมากหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนเริ่มออกกำลังแบบนี้

3. Family fitness class เมื่อ Gen Y ที่ชอบออกกำลังกาย ก้าวเข้าสู่วัยที่ฟอลเพจเลี้ยงลูก มากกว่าเพจแนะนำที่กินเที่ยว พฤติกรรมการออกกำลังกายก็ย่อมเปลี่ยนไปเช่นกัน ในต่างประเทศเริ่มมีคลาสออกกำลังที่ดีไซน์สำหรับพ่อแม่ลูก เพื่อให้เกิดการออกกำลังร่วมกัคนทั้งครอบครัว ส่วนคนโสดไม่ต้องน้อยใจไปค่ะ มีคลาสออกกำลังกับสัตว์เลี้ยง เล่น โยคะกับแมว เริ่มเป็นกระแสด้วยเหมือนกัน

4. ดอกไม้ประกอบอาหาร ในขณะที่คนไทยเราคุ้นชินกับการนำกลีบดอกไม้อย่าง อัญชัญ มาประกอบอาหารนานแล้ว สำหรับชาวตะวันตก การนำดอกไม้มาทำอาหารเป็นเทรนด์ฮิตในร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์มาระยะหนึ่ง แต่มีการคาดการณ์กันว่า เทรนด์นี้จะขยายมาปกคลุมกลุ่มคนรักสุขภาพด้วย เพราะกลีบดอกไม้หลายชนิด อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีสีสันสวยงาม ช่วยให้อาหารถ่ายรูปขึ้นกล้อง ถูกต้องตามสไตล์คนยุคใหม่ ซุปเปอร์มาร์เก็ตอาหารเพื่อสุขภาพหลายแห่งในโลกตะวันตก จึงเริ่มมีกลีบดอกไม้อบแห้งเพื่อการประกอบอาหารวางขาย

5. อาหารที่รู้แหล่งที่มา ซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อสุขภาพชื่อดังฝั่งอเมริกาอย่าง Whole Foods Market ได้เริ่มนโยบายบอกแหล่งที่มาของอาหารได้สักพัก ซึ่งได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี ซุปเปอร์มาร์เก็ตของไทยอย่าง เลม่อนฟาร์ม ก็มีนโยบายนี้มานานแล้ว แม้จะยังบอกไม่ละเอียดนัก คาดกันว่าในอนาคตอันใกล้ อาหารสดที่วางขาย จะมีการบอกแหล่งที่มา ผู้ผลิต กระบวนการขนส่ง รวมถึงบอกเล่าเรื่องราวสั้นๆของกระบวนการผลิต เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพอาหาร และยังเป็นการเพิ่ม value ของอาหารนั้นๆด้วย

6. การแพทย์ที่ลงลึกระดับยีนส์ ด้วยเทคโนโลยีการตรวจทางพันธุกรรมที่ราคาลดต่ำลงเรื่อยๆ (จากหลักล้าน ลงมาถึงระดับพันในปัจจุบัน) ในที่สุดจะถึงจุดที่การตรวจทางพันธุกรรมกลายเป็นการตรวจพื้นฐาน โดยเฉพาะการตรวจพันธุกรรมก่อนตั้งครรภ์ เพื่อลดความเสี่ยงของโรคทางพันธุกรรมต่างๆ รวมไปถึงการตรวจยีนส์ก่อนให้ยาบางประเภท เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพ้และผลข้างเคียงจากยา

7. Telehealth การเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดของ Healthtech start-up ในไทย เป็นแรงขับเคลื่อนให้การให้บริการทางการแพทย์ผ่านเครื่องมือทางดิจิตัลต่างๆเป็นไปได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันคุณสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพื่อปรึกษาแพทย์ผ่านทางออนไลน์ได้แล้ว แม้จะยังมีข้อจำกัดต่างๆอยู่บ้าง แต่เชื่อแน่ว่า หากในอนาคตมีการเชื่อมโยงข้อมูลทางชีวภาพ เช่น อุณหภูมิ ความดันโลหิต ชีพจร ดัชนีมวลกาย ฯลฯ จะส่งผลให้ Telehealth ลงลึกและแม่นยำขึ้นได้ ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ disrupt วงการแพทย์ในอนาคตอันใกล้นี้

 

ขอบพระคุณ พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (หมอผิง) Twitter, Instagram : @thidakarn

 

ที่มา Pleasehealth Books

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

และ IG : http://instagram.com/neveragedotcom

 

 

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.