Top
"โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน"
   9 พ.ย. 2561 05:23 น.       เปิดอ่าน 371       แสดงความคิดเห็น   

 

 

โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน 

 

กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เป็นความผิดปกติที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลายจากการที่ขาดเลือดและออกซิเจน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากหลอดเลือดที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการอุดตันกะทันหันจากคราบไขมันและก้อนลิ่มเลือด หลอดเลือดที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ประกอบด้วย
หลอดเลือดแดงหลัก 2 เส้น เรียกว่า หลอดเลือดแดงโคโรนารีย์ ด้านขวา 1 เส้น และด้านซ้าย 1 เส้น ซึ่งด้านซ้ายจะแตกแขนงออกเป็น 2 เส้นใหญ่ อาการส่วนใหญ่ จะเจ็บหน้าอกเป็นหลัก ซึ่งอัตราการเสียชีวิตของโรคนี้ค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามการวินิจฉัยโรคให้ได้อย่างรวดเร็ว และรีบให้การรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุดจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตลงได้อย่างมาก

สำหรับอาการของผู้ป่วยส่วนมาก จะมาพบแพทย์ด้วยอาการแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงตรงกลางหน้าอก เหมือนถูกกดหรือถูกบีบ มีเหงื่อออก ใจสั่น ปวดร้าวไปถึงกราม สะบักหลัง แขนซ้าย จุกคอหอย
บางคนอาจมีความรู้สึกเหมือนถูกเชือดรัด หรือมัดรอบหน้าอก จุกใต้ลิ้นปี่คล้ายโรคกระเพาะหรือ
กรดไหลย้อน นอกจากนี้อาจมีอาการตัวเย็น วิงเวียน คลื่นไส้ ใจสั่น หายใจผิดปกติ และอ่อนแรง ร่วมด้วย อย่างไรก็ตามหากคนไข้มีอาการดังกล่าว แนะนำให้รีบไปพบแพทย์อย่างเร็วที่สุด

โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เกิดจากการตีบหรืออุดตันเฉียบพลันของหลอดเลือดแดงหัวใจหลักการรักษาที่สำคัญที่สุด คือ ต้องให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็วอย่างทันท่วงที ก่อนที่
กล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่ขาดเลือดไปเลี้ยงจะตายลงในที่สุด ซึ่งจะต้องอาศัยการวินิจฉัยอย่างรวดเร็วและถูกต้อง มีการจำแนกเป็น 2 ประเภท โดยดูจากผลการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
( Electrocardiography , ECG )  ได้แก่ แบบ ST elevation MI ( STEMI ) ซึ่งหลอดเลือดมีการ
อุดตัน 100% และแบบ Non-ST elevation acute coronary syndrome ( NSTE-ACS )
ซึ่งหลอดเลือดมีการตีบที่รุนแรง การรักษาจึงแบ่งออกตามผลการตรวจพบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ       

STEMI : การทำให้หลอดเลือดที่อุดตัน หายอุดตันและทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจต่อไปได้ ซึ่งจะช่วยลดบริเวณที่กล้ามเนื้อหัวใจตายให้น้อยที่สุด และลดอัตราการเสียชีวิตและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ลงได้  วิธีการรักษาที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบัน คือ การรักษาเพื่อให้หลอดเลือดเปิด หรือ Reperfusion Therapy ให้เร็วที่สุด มีวิธีการอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่ การใช้สายสวนหลอดเลือดหัวใจชนิดพิเศษดูดเอาลิ่มเลือดออกพร้อมกับการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและตามด้วยการใส่
ขดลวดค้ำยัน ( Percutaneous coronary intervention, PCI ) หรือการให้ยาละลายลิ่มเลือด
( Fibrinolytic หรือ Thrombolytic Drugs )

NSTE-ACS : มีการประเมินความเสี่ยงของโรคเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย
แต่ละรายและช่วยบอกการพยากรณ์โรคในระยะสั้นได้ หากผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดควรได้รับการรักษาด้วยการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ และอาจทำการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและตามด้วยการใส่ขดลวดค้ำยัน ( Percutaneouscoronaryintervention, PCI ) โดยเร็ว

และหากผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่ำต่อการเสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด สามารถรับการรักษาได้ด้วยยาและประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติมด้วยการตรวจ Echocardiogram และ Exercise Stress Test  ( เดินสายพานเพื่อทดสอบสมรรถภาพหัวใจ )

 กล้ามเนื้อหัวใจจะขาดเลือดรุนแรงแค่ไหนขึ้นกับอะไรบ้าง

    -  ระยะเวลาที่ขาดเลือดจนกระทั่งลิ่มเลือดละลาย ( ตั้งแต่เริ่มมีอาการจนได้รับการรักษา )

    -  หลอดเลือดตีบมากหรือน้อย

    -  มีการสร้างหลอดเลือดใหม่ไปยังบริเวณที่ขาดเลือดหรือไม่

    -  ขนาดของหลอดเลือดที่ตีบ

    -  จำนวนเส้นที่หลอดเลือดตีบ

    -  มีโรคประจำตัวหรือไม่ เช่นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน

 

ติดต่อสอบถามและเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินได้ที่ ศูนย์หัวใจ / แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน

ติดต่อเบอร์ : 02-836-9977  โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC)   Call Center : 02-836-9999

 

ขอบคุณโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

และ IG : http://instagram.com/neveragedotcom

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.