Top
"ปวดหัวไมเกรน ไม่ควรมองข้าม"
   23 พ.ย. 2562 11:23 น.       เปิดอ่าน 371       แสดงความคิดเห็น   

 

ปวดหัว “ไมเกรน” อาการปวดที่เป็นปกติ เเต่ไม่ควรมองข้าม 

 

"ไมเกรน" ถือเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่เป็นอันตรายมากกว่าที่คิด เพราะอาการของโรคนี้อาจดูเหมือนไม่ได้ส่งผลรุนแรง และอาจขึ้นจนเป็นปกติ เเต่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากทีเดียว ด้วยอาการของโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหัวข้างเดียว อาจจะเป็นซีกซ้ายหรือขวาก็ได้ แต่บางครั้งอาจจะเกิดอาการทั้งสองข้างเลยก็ได้ โดยจะปวดครั้งหนึ่งติดต่อต่อกันตั้งแต่ 4 - 72 ชั่วโมง

การปวดจะเป็นไปในลักษณะปวดหัวจี๊ดๆ ตุบๆ ตลอดเวลา และมีอาการอื่นร่วมด้วยไม่ว่าจะเป็น อาการคลื่นไส้อาเจียน หรือหากมีอาการหนักมากอาจจะมีอาการผิดปกติ อาทิ มองเห็นแสงจ้า, วูบวาบ, พร่ามัว การมองเห็นไม่ชัด, ไวต่อการรับเสียง, หน้ามืด หรือเป็นลมวูบได้ ในที่สุด มักจะปวดแบบเป็นๆ หายๆตั้งแต่วัยรุ่น ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย 8 ต่อ 1 อาการปวด เฉลี่ย 1 ถึง 2 ครั้งต่อเดือน ระยะที่เป็นจะอยู่ประมาณหลายชั่วโมง แต่ไม่เกิน 1 ถึง 2 วัน

 

สาเหตุของการเกิดไมเกรน ยังไม่ทราบสาเหตุเเน่ชัด เเต่จากวินิจฉัยการเกิดของโรคน่าจะมาจากความผิดปกติชั่วคราวในการทำงานของสมองที่มีผลกระทบต่อเส้นประสาท สารเคมีและหลอดเลือดในสมอง อีกทั้งยังมีผลมาจากกรรมพันธุ์ ในครอบครัวที่มีประวัติเป็นไมเกรน บุตรหลานก็มีโอกาสเป็นด้วย
 
โดยสิ่งกระตุ้นที่สำคัญ คือ ความเครียด, ฮอร์โมนและอารมณ์ในร่างกาย, การอดนอนเป็นเวลานาน, การรับประทานอาหาร, สิ่งแวดล้อม, การใช้ยา, กลิ่นน้ำหอม, กลิ่นบุหรี่, ผู้ป่วยเป็นคนแพ้ช็อคโกแลต รวมไปถึงผู้หญิงที่มีภาวะการมีประจำเดือนเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้เป็นไมเกรนได้ สำหรับคนทำงาน การ อดนอนเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดไมเกรนได้ด้วย เช่นกัน อย่างไรก็ตามสิ่งกระตุ้นที่เกิดขึ้นของเเต่ละบุคคลจะไม่เหมือนกัน ซึ่งผู้ป่วยควรสังเกตอาการของตนเอง เพื่อประโยชน์ต่อการรักษา

 

วิธีรักษาอาการไมเกรน แบ่งได้สองแบบ คือ 1. การปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตที่หนักเกินไปอาจจะให้ลดลง พักผ่อนให้เพียงพอ 2. คือการใช้ยาเพื่อรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น หากไม่เป็นอะไรมากก็จะเริ่มต้นที่ยาทั่วไปเพื่อระงับอาการปวด แต่หากทานยาแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย โดยแพทย์อาจให้มีตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
- การตรวจเลือด เพราะอาจมีการติดเชื้อที่เส้นประสาทไขสันหลัง หรือสมอง และเกิดพิษในระบบร่างกายของผู้ป่วย
- การเจาะตรวจน้ำไขสันหลัง ( Lumbar Puncture ) แพทย์จะให้มีการตรวจวิธีนี้หากสงสัยว่าผู้ป่วยมีการติดเชื้อ มีเลือดออกในสมอง
- การใช้เครื่อง CT Scan ( Computerized Tomography ) หรือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ที่ให้ความละเอียดมากขึ้นกว่าการเอกซเรย์แบบธรรมดา เป็นการหาความผิดปกติต่างๆ ในร่างกาย โดยทำให้เห็นภาพของสมอง ให้แพทย์สามารถวินิจฉัยความผิดปกติต่างๆ ได้มากขึ้น
- การใช้เครื่อง MRI ( Magnetic Resonance Imaging ) เป็นครื่องตรวจร่างกายโดยการสร้างภาพเหมือนจริงของอวัยวะส่วนต่างๆ ในร่างกาย โดยอาศัยหลักการของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยเนื้องอก การอุดตันของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ดูอาการการเลือดออกในสมอง การติดเชื้อ และภาวะอื่นๆ ในสมองและระบบประสาท
 
โรคปวดศีรษะที่พบบ่อย
1. Office Syndrome >> ปลายประสาท >> หมอนรองกระดูกต้นคอทับเส้น
2. Migraine ไมเกรน
3. Tension Headache ที่เกิดจากความเครียด
อย่างไรก็ตามแม้จะไม่ทราบว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นของไมเกรนอย่างชัดเจน แต่ก็สามารถหาวิธีป้องกันได้ ด้วยการสำรวจและดูเเลตนเอง พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย ลดอาหารที่อาจจะมีสารกระตุ้น ได้แก่ คาเฟอีน, ชีส, ผงชูรส พร้อมทั้งอาจจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ให้พบกับความเครียด ที่น้อยลง เพื่อการใช้การดูเเลตัวเองให้ห่างไกล จากไมเกรน และอีกสาระพัดโรค ที่จะเกิดขึ้นได้
 
 
บทความโดย : นายแพทย์ วรพจน์ เหล่าวิทวัส แพทย์ผู้ชำนาญการด้าน
อายุรกรรมประสาท โรคหลอดเลือดสมอง
ศูนย์อายุรกรรม  ชั้น 2
โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ถนนแจ้งวัฒนะ 
โทร. 02-836-9999 ต่อ 2921-2

 

 

ขอบคุณโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล

และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ never-age ใน Facebook ของเราได้ที่ 

และ IG : http://instagram.com/neveragedotcom

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ
ความคิดเห็น

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
โปรแกรมคำนวณ
© 2008 NEVER-AGE.COM ALL RIGHTS RESERVED.