3.บิลเบอร์รี่สกัด (Bilberry Extract) เป็นสารอาหารในกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoid) มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันเลนส์ตา และสร้างความแข็งแรงให้กับคอลลาเจนซึ่งเป็นโครงสร้างของคอร์เนีย (Cornea) และเส้นเลือดฝอยในตา ทำให้เส้นเลือดฝอยไม่เปราะแตกง่าย และป้องกันไม่ให้เซลล์ดวงตาขุ่นมัว สาเหตุของโรคต้อกระจก ยังช่วยให้มองเห็นในที่มืด หรือที่มีแสงสลัว ๆ ได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย
สารอาหารทั้ง 3 ประเภท ที่กล่าวมานั้น หากเรารับประทานเป็นประจำ จะช่วยให้ชะลอความเสื่อมของดวงตา ลดอาการเมื่อยล้ากล้ามเนื้อตา เพื่อความแข็งแรงของเส้นเลือดฝอยในตา ไม่ทำให้ตาขุ่นมัว ป้องกันการเป็นต้อกระจก ป้องกันเบาหวานขึ้นตา อีกทั้งเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา และช่วยให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น
หากเราต้องการถนอมดวงตาให้สดใสอยู่ใช้งานไปนาน ๆ ไม่เสื่อมก่อนเวลา แค่เลือกรับประทานอาหารบำรุงสุขภาพดวงตาแต่เพียงอย่างเดียวคงไม่พอ ควรจะปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะควบคู่กันไปด้วย วิธีการเหล่านั้น ได้แก่
1.หลีกเลี่ยงการมองของที่มีสีขาว หรือวัตถุสะท้อนแสงมาก ๆ กลางแดด เป็นเวลานาน ๆ
2.สวมแว่นกันแดดทุกครั้ง หรือสวมหมวกทุกครั้งที่ต้องออกไปเจอแสงจ้า
3.อ่านหรือเขียนหนังสือ ในบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ
4.ตรวจวัดสายตาก หรือพบจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง
5.สำหรับคนที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ควรนั่งห่างจากจอคอมพิวเตอร์ในระยะเหมาะสม ประมาณ 1 ฟุต 10 ซม. และหากมีการใช้สายตาเป็นระยะเวลานาน ๆ ควรพักสายตาบ้าง และบริหารดวงตาควบคู่กันไป มีวิธีดังนี้
-กระพริบตา จะช่วยให้น้ำตาหล่อเลี้ยงได้ทั่วตา ช่วยลดการระคายเคืองตาได้
-ใช้ฝ่ามือกดตาเบา ๆ โดยวางฝ่ามือลงบนเปลือกตาที่ปิดสนิท กดเบา ๆ ประมาณ 1 นาทีแล้วปล่อย ทำซ้ำ 3-4 ครั้ง จะรู้สึกสบายขึ้น
-มองไกลออกไปจากจอคอมพิวเตอร์ อย่างน้อย 6 เมตร โดยมองไปที่ต้นไม้ ใบหญ้า หรือวัตถุสีเขียว จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อตาที่ใช้ในการปรับโฟกัสของเลนส์ตา
-กลอกตาเป็นวงกลม ให้มองไปรอบ ๆ กว้าง ๆ ตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ และทวนเข็มนาฬิกาอีก 3 รอบ จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อตาที่ใช้ในการกรอกตาไปมา
ไม่อยากเลยใช่ไหม ลองนำไปปฏิบัติกันดู แค่นี้ก็มีดวงตาที่สดใส แจ่มแจ๋วกันแล้ว
Never-Age.com |