ย้อนกลับมาดูชีวิตประจำวันของเรา เราบริโภคน้ำตาลในรูปแบบที่มองเห็นชัด ๆ เช่น ดื่มชา กาแฟใส่น้ำตาล 2 ช้อน เช้า บ่ายเท่ากับ 4 ช้อน กินก๋วยเตี๋ยวใส่อีก 1-2 ช้อน กินกาแฟเย็นที่มีทั้งน้ำตาลและนมข้นหวาน (ที่หวานมันแต่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย)
ยังไม่รวมน้ำตาลในรูปแบบอื่นที่เรามองไม่เห็น เช่น ในน้ำแกง ในกับข้าว ในขนมปัง เบเกอรี่ น้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยว
ไม่แปลกใจว่าทำไม อัตราการบริโภคน้ำตาลของคนไทยจึงก้าวกระโดดจากคนละ 4.3 กก.ในปี 2501 เป็น 11 กก.ในปี 2518 และเพิ่มเป็น 28.5 กก.ในปี 2540 กระทั่งล่าสุดที่ 39 กก.ต่อคนต่อปี
สาว ๆ หลายคนไม่กินข้าวเพราะกลัวอ้วน แต่อาจจะไม่รู้ว่า น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะมีพลังงานเท่ากับข้าวครึ่งทัพพี เท่ากับ 48 กิโลแคลอรี่ บางคนเลี่ยงข้าวไปเจอน้ำตาลแฝงในเครื่องดื่มที่มากกว่าข้าว 2 ทัพพี ความอ้วนก็ไม่เคยจากไปเสียทีมีแต่อยู่กันนานมากขึ้น
ความเสื่อมจากอวัยวะภายในเริ่มต้นจากความหวานที่เกินพอดี มนุษย์เรามักถูกล่อด้วยอาหารที่หวานอย่างต่อเนื่อง โรคต่าง ๆ ที่น่ากลัวหลายโรคมักเดินตามมากับการบริโภคสิ่งที่หวานแบบไม่ระมัดระวัง
ก่อนใส่ความหวานเข้าไปในร่างกายที่รักยิ่งของเรา ลองหยุดพิจารณาสักนิด ว่าคุ้มค่าไหมกับการเสียเงินซื้อสิ่งที่เข้าไปทำลายสุขภาพเรา เพื่อแลกกับความอร่อยลิ้นชั่วครั้งชั่วคราว
|