ในไข่ตุ๋นกับซุปไก่นั้นจะมีกรดอะมิโนชื่อ “ซิสเทอีน(Cysteine)” อยู่ช่วยลดระคายคอและพบว่าช่วยบรรเทาอาการเมาค้างได้ด้วย ขอให้กินร้อนๆ ด้วยได้ก็จะยิ่งดีครับ
ส่วนน้ำผลไม้รสเปรี้ยวจับใจนั้นใช้ได้ดีมากทีเดียวครับเพราะวิตามินซีมีผลในการช่วยลดเมาค้างได้ดีมาก ถ้าหาน้ำผลไม้ไม่ได้จริงอาจไปหลังครัวหยิบมะขามเปียกมาสักสิบฝักต้มน้ำเติมน้ำตาลสักนิดก็ดีไม่น้อยครับ
ดังนั้น ข้างโถยาดองที่ท่านวางจานมะขามเปียกกับมะยมไว้ให้จิ้มเกลือเม็ด ให้น้ำลายพุ่งออกจากกระพุ้งแก้มเล่นนั้น มันช่วยตัดเหล้าได้จริงทีเดียวครับ ส่วนรางจืดนั้นเป็นว่านหน้าตาคล้ายใบพลูที่เลี้อยเกาะระแนงไม้ บ้านผมก็มีไม่ได้มีราคาแพงหรือหายากเลยครับ เอาใบรางจืดมาตากแดดไว้แล้วชงดื่มสักหน่อยรับรองว่าเมาค้างจะหายเป็นปลิดทิ้ง
หรืออย่างกล้วยหอมน้ำผึ้งปั่นนั้นช่วยได้มากตรงที่กล้วยหอมมีธาตุร่าเริงอยู่ในเนื้อมัน กินไปมากๆจะช่วยให้สมองสดชื่นมีพลัง และคนที่ความดันสูงก็จะลดลงได้ด้วยฤทธิ์ธาตุโพแทสเซียมที่มีอยู่ด้วย พอผนวกเข้าไปกับน้ำผึ้งซึ่งมีน้ำตาลฟรุกโตสแล้วก็ยิ่งช่วยให้กะปรี้กะเปร่ามากขึ้น แต่ข้อแม้ว่าตอนทำเช้คต้องใส่น้ำให้เยอะสักหน่อยครับ อย่าให้หวานจัดเกินไปประเดี๋ยวหายเมาแต่พาลง่วงนอนหลับต่อเจ้านายไม่ปลื้มอีก
แต่สูตรที่ดีสุดจริงอยู่ตรงนี้ที่กำลังจะเขียนนี่แหละครับคือ “อดใจ” เสียไม่ให้ความอยากเหล้าเข้ามาครองได้ไม่ว่าจะเข้าหรือออกพรรษาก็ตามที เพราะเหล้านั้นเป็นของที่ผลิตมาไว้ให้มันกินเราโดยแท้ทีเดียวครับ
แม้ว่าเราอาจถูกมันล้างสมองไปบ้างแล้วแต่อยากขอให้ “ล้างสมอง” ใหม่อีกทีท่องไว้ว่าไม่มีใครในโลกบังคับจับกรอกปากให้เรากินได้ถ้าไม่ใช่ “ความอ่อน” ของตัวเราเอง ลองใช้ดูเถิดครับสูตรนี้แก้ได้ชะงัดทุกเมายกไว้เสียแต่ “เมาดิบ” ไม่ยอมจ่ายนี่ยากหน่อยครับ
ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก กรุงเทพธุรกิจ
เรียบเรียงโดย Never-Age.com |